ที่มา: mdclinicaesthetic.com

เหลากระดูกคาง เทคนิคศัลยกรรม ปรับใบหน้าให้ดูสมดุล สำหรับใครที่มีโครงหน้าเหลี่ยม ไม่สวยงาม กรามโต หน้ากว้าง ก็ไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป ในยุคที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์อันล้ำสมัย ในปัจจุบันนี้ สามารถเนรมิตสิ่งที่ไม่พึงประสงค์บนใบหน้าของคุณให้หายไปได้ ด้วยการผ่าตัดตกแต่งกระดูกคาง รวมทั้งผู้ที่มีกล้ามเนื้อบริเวณกรามมาก ก็สามารถลดกล้ามอันไม่พึงประสงค์บริเวณดังกล่าวให้หมดไปได้

 

เหลากระดูกคาง
ภาพจาก draharonov.com

 

 

การตกแต่งรูปร่างกระดูกบนใบหน้า อย่างการเหลากระดูกคาง เป็นการศัลยกรรมที่ตัดเฉพาะส่วนของมุมกรามเท่านั้น จึงควรเรียกว่าศัลยกรรมตัดกระดูกมุมกราม (mandible angle reduction) การศัลยกรรมตัดมุมกราม จะทําผ่านแผลในปาก เพื่อไม่ให้มีแผลภายนอก การทําจะต้องใช้การดมยาสลบ และพักฟื้นใน รพ.หลังทํา 1 วัน เวลาในการ ผ่าตัด 2-3 ชั่วโมง ส่วนเทคนิคที่หมอใช้ เป็นเทคนิคที่ทําทั้งการตัดและเหลามุมกรามร่วมกัน การตัดหรือลดขนาดมุมกราม จะทําให้ในรายที่มีปัญหามุมกรามกางหรือใหญ่ และไม่มีปัญหาการสบฟัน หลังการแก้ไข จะช่วยทําให้รูปหน้าที่เป็นเหลี่ยมจากมุมกราม ดูกลมกลืนและเรียวขึ้น

การตกแต่งรูปกระดูกบนใบหน้าของคนเรานั้นมีด้วยกัน 2 ส่วน คือบริเวณกรามทั้ง 2 ข้าง โดยแพทย์จะทําการผ่าตัดให้เป็นรูปรี หรือให้มีความยาวขึ้น และ เหลากระดูกคางบริเวณด้านหน้า โดยเป็นการเสริมให้ยาว และดูสวยงาม ทั้งนี้ แพทย์จะทําการวิเคราะห์โครงหน้าจากการเอ็กซเรย์ ใบหน้าของคนทั่วไปจะ สามารถแบ่งส่วนออกเป็นสามส่วนหลักๆ จากบนลงล่าง คือส่วนบนสุด ได้แก่ กระโหลกและหน้าผาก ส่วนกลาง คือส่วนกรามบนจมูกและเบ้าตา รวมทั้งโหนก แก้ม ส่วนล่างสุด คือส่วนกระดูกกราม การมีสัดส่วนของใบหน้าที่ใหญ่เกินความเหมาะสม ย่อมจะทําให้รูปร่างของใบหน้าดูไม่งามได้


 

เหลากระดูกคาง
ภาพจาก semanticscholar.org

 

ลักษณะของการผ่าตัดเหลากระดูกคาง

การผ่าตัดจากภายนอกช่องปาก
ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่แพทย์จะเปิดแผลจากภายนอก บริเวณใกล้ๆ กับมุมกราม แล้วค่อยๆ เลาะผ่านกล้ามเนื้อ และหลบเส้นประสาทสําคัญเส้นหนึ่ง ที่จะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก หลังจากนั้น จึงตัดแยกกล้ามเนื้อมุมกรามออก เข้าหากระดูกมุมกราม เมื่อสามารถเปิดกระดูกมุมกรามส่วนที่ต้องการจะตัดได้เรียบร้อยแล้ว จึงใช้เลื่อยตัดกระดูกตามแนวที่ต้องการ แล้วเอาชิ้นกระดูกที่เกินนั้นออกไป ตกแต่งมุมกระดูกให้เรียบร้อย แล้วจึงทําการเย็บ
แผลปิด

วิธีนี้ แพทย์สามารถผ่าตัดได้ง่าย เนื่องจากไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรพิเศษมากนัก และไม่ต้องผ่านช่องปากเข้าไปหากระดูก อาการบวมจึงมักจะน้อยกว่า แต่วิธีนี้ มีโอกาสที่แพทย์อาจจะกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมกรามได้ แม้จะเป็นการชั่วคราว แต่ก็สามารถทําให้เกิดการเอียงหรือเบี้ยวของมุมปากได้ในระยะแรก และสิ่งสําคัญ คือแผลผ่าตัดที่มุมกรามนั้น บางรายอาจจะสามารถเห็นและสังเกตได้ และบางรายก็เกิดอาการแผลปูดนูนตามมาในระยะหลังได้ ซึ่งจะต้องทําการรักษาต่อไป

 

เหลากระดูกคาง
ภาพจาก docteurchirurgieplastique.com

 

การผ่าตัดจากภายในช่องปาก
วิธีนี้ เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะยุ่งยากมากกว่า และจําเป็นต้องอาศัยเครื่องมือที่พิเศษกว่าการตัดจากภายนอก แพทย์จะทําการเปิดแผลที่ในช่องปากตรงบริเวณหลังฟันกรามซี่สุดท้ายในแนวดิ่ง แล้วค่อยๆ เลาะแยกเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าว รวมทั้งกล้ามเนื้อที่คลุมมุมกรามออก หลังจากนั้น จึงเลาะเยื่อหุ้มกระดูกออกให้กว้างเพียงพอที่จะสอดใส่เครื่องมือเข้าไปที่มุมกราม เพื่อจะให้เห็นมุมกราม และกรามส่วนหลังได้ชัดเจน หลังจากนั้น จึงใช้เลื่อยที่มีรูปร่างเป็นเลื่อยมุมฉากเข้าไปทําการตัดตามแนวที่ต้องการ เลื่อยชนิดนี้ จะมีความยาวเพียงพอที่จะทําให้การตัดในแนวตั้งฉากสามารถทําได้

หลังจากนั้น แพทย์จึงนําชิ้นกระดูกที่ถูกตัดขาดออกมาพร้อมกับการตกแต่งกระดูกส่วนที่เหลือให้กลมมนตามปกติ แล้วจึงเย็บแผลปิดตามเดิม ปัญหาของการตัดด้วยวิธีนี้นั้น ส่วนมากมักจะเป็นเรื่องทางเทคนิคการผ่าตัด ซึ่งมักจะต้องอาศัยประสบการณ์ความชํานาญของแพทย์ผู้ทําการผ่าตัด รวมทั้งต้องการเครื่องมือที่เหมาะสมด้วย จึงจะทําให้การผ่าตัดได้ผลดี 

……………………………………………..

หลังการผ่าตัดนั้น โดยมากมักจะมีอาการบวมไม่มากก็น้อย มักจะปวดบริเวณที่ผ่าตัดบ้างพอสมควร แต่มักจะเข้าที่ทั้งหมดในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ส่วนอาการบวมที่มุมกราม มักจะมีอยู่ประมาณ 1-2 เดือน จึงจะเห็นรูปร่างกระดูกกรามใหม่ การฝึกการอ้าปากนั้น เป็นสิ่งที่ควรศึกษาเอาไว้ เพื่อเป็นการป้องกันการติดแข็งของพังผืดที่อยู่รอบกราม และใกล้ๆ กับข้อของขากรรไกร

 

 

เรียบเรียงเนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ