ไดเอ็ทแบบ IF กับเคล็ดลับการคุมอาหาร เพื่อผลลัพธ์ที่ได้ผล! เพราะการจะให้ดูดีล็อควัยไว้ได้ตลอดไปนั้น ย่อมต้องมีเทคนิคที่เชื่อว่าไม่เกินมือของคุณอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ต้องรู้ถึงกลไกเล็กๆ ที่มองไม่เห็นในร่างกายเราซะก่อนว่า ขณะที่อด (Intermittent Fasting) นั้นร่างกายจะเป็นอย่างไร 

 

ไดเอ็ทแบบ IF

 

ไดเอ็ทแบบ IF กับเคล็ดลับการคุมอาหาร เพื่อผลลัพธ์ที่ได้ผล!

ฮอร์โมนอินซูลินลดลง
โดยฮอร์โมนนี้ ถ้ามีมากไปจะทําให้ร่างกายเสื่อมลงได้ตั้งแต่ภายใน พูดง่ายๆ ว่าเป็นศัตรูที่ทําให้เราดูแก่ได้ค่ะ

โกรทฮอร์โมนเพิ่มขึ้น
ฮอร์โมนหนุ่มสาวเป็นที่ปรารถนาของใครหลายคน จนดาราฮอลลีวูดต้องขวนขวายไปหาฉีด แต่ที่จริงแล้วอดให้ดี ก็เพิ่มได้ถึง 5 เท่าเลยค่ะ


 

ไดเอ็ทแบบ IF
ภาพจาก thoughtco.com

 

ซ่อมเซลล์เสื่อม
ร่างกายจะได้รับการซ่อมในส่วนที่เก่าแก่และใกล้หมดอายุขัยโดยไม่ต้องรอให้เสียเวลาดีๆ ออกไปอีก ระหว่างอดจะเป็นช่วงล้างไฟให้เซลล์ต่างๆ

กระตุ้นยีนแสดงออก
ซึ่งการแสดงออกของยีน นั้นมีอยู่หลายส่วนที่เกี่ยวกับการมีอายุยืนและพิทักษ์เราจากโรคร้ายที่อาจเข้ามาระราน

 

10 คุณค่าแห่งการอดบำบัด

ปลุกให้เปลี่ยนถึงระดับยีน
ในร่างกายคนเรามีส่วนที่ควบคุมหน้าที่ต่างๆ อยู่เป็นจุดจิ๋ว ซึ่งมีความสําคัญมโหฬารคือ ยีน เซลล์ และฮอร์โมน ซึ่งการอดที่เหมาะสมมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้ ลองคิดง่ายๆ ค่ะว่า การที่เคมีแก่ลดลงแต่เคมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้น จะช่วยลดไขมันและสร้างกล้ามได้อีก ผลลัพธ์ก็น่าจะทั้งดูดีพร้อมสุขภาพดีค่ะ

 

ไดเอ็ทแบบ IF

 

ไล่ไขมันและป้องกันพุง
แม้การอดอาหารจะถูกมองแบบกําปั้นทุบดินว่า “อดกินก็ช่วยลดน้ำหนักได้อยู่แล้ว” แต่ที่จริงแล้วมันมีกลไกที่ศึกษาแล้วว่าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในตัวเรา ได้ 36-14 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว สรุปให้เห็นภาพชัดก็คือ มันช่วยได้ครบวงจร ทั้งลดการนําเข้าและช่วยเผาออก

ลดความเสี่ยงดื้ออินซูลิน ไปจนถึงลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2
ข้อนีเป็นของดีที่น่าทึ่งค่ะ เพราะเบาหวานเป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร นั่นคืออาจเกิดกับคนอายุน้อยได้ (สบายๆ) มีการศึกษาชี้ว่าขณะอดนั้นช่วยลดอินซูลินได้ถึง 20-31 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในผู้ชาย นอกจากนั้นในหนูทดลองยังพบว่าช่วยป้องกันไตไม่ให้เสื่อมจากเบาหวานทำร้ายด้วย

 

ไดเอ็ทแบบ IF

 

สู้กับศัตรูคู่ความแก่
โดยตัวร้ายที่ว่าคือ “ขยะอนุมูลอิสระ”  (Oxidative Stress) และ การอักเสบ (Inflammation) ซึ่งถือเป็นภัยร้ายทําลายตัวเราให้เสื่อมตั้งแต่ในระดับเซลล์ (แก่ถึงดีเอ็นเอ) ไปจนถึงร่างกายภายนอก ซึ่งทั้งสองตัวการนี้ถือเป็นต้นทางแห่งโรคร้ายนับไม่ถ้วนที่จะมาเยือนเรา

มีส่วนช่วยหัวใจ
เรื่องนี้มีผลมาจากการที่อดอาหารช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ ได้แก่ ความดันสูง ไขมันทั้งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์สูง

ช่วยซ่อมเซลล์
เมื่อร่างกายถูกจับให้ “อดกิน” ก็จะกระตุ้นระบบเทศบาลให้ “กวาดขยะ” คล้ายกับเป็นการล้างพิษกลายๆ ในระดับเซลล์

 

ภาพจาก rspnutrition.com

“อด” อย่างไร จึงจะได้ผลดี

  • การอดอาหาร หรือที่เราเรียกกันว่า fasting
    เป็นการอดอาหารตามธรรมชาติอยู่แล้วเมื่อเราหลับ หากระยะเวลาในการอดนานขึ้น จะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น
  • ควรกินอาหารหลายๆ มื้อ แต่มื้อละน้อย
    หากสามารถทำให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยๆ เช่นกินอาหารให้น้อยกว่า 800 แคลอรี่ต่อวัน ก็จะมีอายุยืนและผอมลงได้ด้วย แต่อาหารที่กินจะต้องมีสารอาหารครบถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดสารอาหารนะคะ

 

ภาพจาก thenational.ae
  • intermittent fasting คือการอดอาหารแบบหมีแพนด้า
    (อดเป็นช่วงๆ) จะช่วยให้ร่างกายแบ่งการเผาผลาญอาหารเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกคือสามชั่วโมงหลังทานอาหาร คือการย่อยอาหาร ช่วงที่สองคือช่วงอดอาหาร คือ 3-70 ชั่วโมงหลังทานอาหาร ในช่วงนี้ร่างกายจะเริ่มนำพลังงานที่สะสมในร่างกายมาใช้ 
  • ถ้าเอาแบบให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดก็คือ
    คุณจะต้องให้เวลากิน 12 ชั่วโมง เวลาอด 12 ชั่วโมงเท่ากัน เช่น กินได้ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงสองทุ่ม หลังจากนั้นก็ห้ามกินจนถึง 8 โมงเช้า ช่วงที่อดก็กินได้แต่น้ำกับน้ำผักผลไม้คั้นสด ห้ามดื่มอะไรที่ให้พลังงานเยอะ

……………………………………………………………………………..

นอกจากนี้ การอดอย่างพอดี ก็จะช่วยเพิ่มพลังสมองได้เช่นกัน เพราะการที่เราจะช่วยสมองนั้นมีทางหนึ่งคือการกินให้ “พอเหมาะ” และ “ไม่อิ่มเกินไป” สมองจะได้พักตัวจากขยะอนุมูลอิสระ ซึ่งมีการศึกษาว่าการจํากัดอาหาร ยังช่วยกระตุ้นเคมีสร้างสมองที่มีชื่อย่อว่า “BDNF” ซึ่งเกี่ยวกับการกําเนิดเซลล์สมองใหม่ๆ ด้วยค่ะ

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ