ที่มา: Khaosod Online

พักเบรกจากถ่ายละคร “หน้ากากนางเอก” ที่ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา เขตดุสิต นางเอกสาว ‘มารี เบรินเนอร์’ (Marie Broenner) เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงข่าวที่ออกมาว่าติดแฟนหนุ่ม ‘โชแปง’ เลิศวริศ เลิศวรปรีชา จนเบี้ยวกองถ่าย ซึ่งนางเอกสาวแจงว่า 

“มีคนส่งมาให้เยอะเลย เราก็เฮ้ยทำไมเขียนอย่างนี้ คือ ข่าวมันก็ออกมาเรื่อยๆ มันคงต้องไปถามคนในกอง ว่าจริงหรือเปล่า เราก็งงเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าเราเป็นคนค่อนข้างตรงเวลาเท่าที่เรามาได้ สมมติตอนพักกลางวันที่มีช่วงให้เรารอหลายซีน พี่เขาก็จะบอกว่า เดี๋ยวเราออกไปก่อนก็ได้แล้วค่อยกลับมาอีกทีเวลานี้ๆ จะถ่ายเราต่อ คือเราได้รับการอนุญาตทุกครั้งที่ออกไปจากกองถ่าย” 

65

เรายืนยันว่าไม่เคยโดนตาม หรือโดนจี้จากกอง
“ไม่เคย นอกจากปล่อยเราไปแล้วบอกให้เรากลับมาตอนเย็น สุดท้ายบังเอิญถ่ายเร็วขึ้น ก็มีโทรเรียกให้เรากลับมา เราก็กลับมาแค่นั้น”

เคยผิดคิวแบบอาจจะนัดเวลากันผิดไหม
“ไม่เคยค่ะ คือมีอีกเรื่องนึงครั้งล่าสุดที่มากองสาย เพราะว่ารถชนแค่นั้น แต่กับกองนี้ยังไม่เคยมีปัญหา”

พอมีข่าวแบบนี้เราเกรงใจผู้ใหญ่ไหม
“เกรงใจบางทีผู้ใหญ่ที่สนิทก็มีถามบ้าง เพราะเป็นห่วง ว่าใช่เหรอ แล้วเราไปทำอะไรหรือเปล่า ซึ่งบางทีเรารู้สึกว่ามันก็ไม่แฟร์นะ ที่มาโยนทุกอย่างให้ ก็แอบงงเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เรากลับมาเล่นละครใหม่ มันก็น่าจะจบไปได้แล้วกับข่าวเดิมๆ”

แล้วจริงๆ ช่วงว่างในกอง คือ เราได้ไปหาหวานใจจริงๆ หรือเปล่า
“มันมีบางครั้งอยู่แล้วที่เราว่าง 4-5 ชั่วโมง เคยไปกินข้าวด้วยครั้งนึง นอกจากนั้นก็เคยมีไปทานข้าวกับเพื่อน ไปสัมภาษณ์ก็มี มันเป็นปกติ”

66

ถือว่าเราเป็นคนติดแฟนไหม
“ไม่ได้ติดค่ะ คือเวลาที่เขาอยู่ที่ไทย เหมือนเป็นเวลาไม่ได้นานมาก ฉะนั้นถ้ามีเวลาว่างก็เจอ แต่ส่วนมากแค่ไปกินข้าวเจอกันแป๊บๆ เพราะต่างคนต่างทำธุระของตัวเองเยอะ”

คิดจะเปลี่ยนเป็นให้เขามานั่งเฝ้าเราที่กองไหม
“ไม่ค่ะ เขาจะเขินนิดนึง คือเขาจะไม่ค่อยเข้ามายุ่งเท่าไหร่”

อย่างข่าวที่ออกไป หวานใจเห็นยัง
“เขาเห็นแล้วค่ะ คือเขาก็มีส่งให้ดูเหมือนกัน คือเพื่อนเขาก็ส่งให้เขาอีกที เขาก็เป็นห่วง เราเลยบอกเขาว่าช่างมันเถอะ เพราะเราชินแล้ว ใครอยากจะพูดยังไง เราก็ห้ามเขาไม่ได้ จริงๆ ข่าวนี้ก็แอบจุกเหมือนกันนะ เพราะเป็นอะไรที่เราผ่านมันมาแล้ว เราข้ามมาแล้ว และเรารู้สึกว่าเราปรับตัวเองได้เยอะขึ้นมาก จนหลายคนพูดกันว่า เราไม่เห็นเป็นอย่างที่ข่าวพูดเลย จนเราคิดว่าตรงนั้นน่าจะผ่านไปแล้ว แต่อยู่ๆก็ขุดเรื่องเก่าขึ้นมาพูดอีก เอามาเชื่อมโยงกับละครเรื่องนี้ด้วยซ้ำ คือเรื่องนี้เราแม้แต่มาสายยังไม่มีเลย”

เรากลับมาครั้งนี้ คิดว่าปรับเปลี่ยนตัวเองไปยังไงบ้าง
“ง่ายๆ คือมีความรับผิดชอบหลายๆ อย่างมากขึ้น อย่างบท การทำการบ้าน เมื่อก่อนเราอาจจะสาย 15-20 นาที เพราะรถติด แต่เดี๋ยวนี้เราออกจากบ้านให้เร็วขึ้น มาถึงกองรถก็ยังไม่ติด เราก็นอนรอในกองเอา มันก็มีวิธีที่จะทำให้เรามาตรงเวลาขึ้น ให้ความร่วมมือกับกองมากขึ้นในหลายอย่าง คือมันโตขึ้น ช่วงที่เราหายไปเราก็ไปเคลียร์เรื่องเรียนให้จบ และครั้งนี้ที่เราตั้งใจเลือกกลับมาทำด้วยตัวเอง มันก็ต้องทำให้ดีที่สุด”

67

กลัวไหมข่าวแบบนี้เหมือนมาดิสเครดิตเราอีกรอบ
“ไม่นะ เรามั่นใจว่าผลงานที่เรากำลังจะมี เราทำดีที่สุดแล้ว ถ้าคนเขาชอบเขาก็คงจะมองข้ามได้ตรงนี้”

หลังจากนี้การไปเจอกับหวานใจจะเบาลงไหม เพราะข่าวที่ออกมามันตอกย้ำ
“เราว่ามันไม่เกี่ยว คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเขาจะไม่ค่อยเปิดเผยกันมากกว่า เลยรู้สึกว่าคนอื่นไม่ได้เจอกับแฟนเขาหรือเปล่า แต่จริงๆ เราไม่ได้เจอเขาบ่อยขนาดนั้น ช่วงที่ผ่านมาเราก็ถ่ายละครเกือบ 7 วันทุกอาทิตย์เลย”

เรื่องน่าสนใจ