ที่มา: plasticsurgery.or.th

วิธีเลือกศัลยแพทย์ อย่างไรให้ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการผ่าตัด เมื่อเราอยากทำศัลยกรรม เชื่อว่านี่เป็นคำถามที่ทุกคนก็ต้องเคยสงสัย ว่าเราควรจะมีข้อกำหนดอย่างไร หรือศัลยแพทย์ที่เรากำลังจะทำศัลยกรรมด้วยนั้น มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนบ้าง ?

หลักการง่ายๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ คือการเลือกศัลยแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง แต่แน่นอนว่า สำหรับคนทั่วไปแล้ว ย่อมไม่ทราบว่าศัลยแพทย์คนใด มีความรู้ความสามารถอย่างที่เราหวัง เราจึงมีข้อแนะนำดีๆ มาฝากกันในบทความนี้ค่ะ

การผ่าตัด ก็คล้ายกับการขึ้นรถแท็กซี่ ถ้าเรารู้จักผู้ขับขี่ก็ดีไป แต่ถ้าไม่รู้จักผู้ขับขี่ เราคงต้องพยายามทำความรู้จัก นั่นก็หมายความว่า เราไม่ควรรีบตัดสินใจผ่าตัดรักษา จนกว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับศัลยแพทย์คนนั้นก่อน อาจต้องเดินทางไปพบปะพูดคุยกันมากกว่าหนึ่งครั้ง หากแพทย์ท่านั้นผ่านการฝึกอบรมในสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง และเสริมสร้างมาอย่างถูกต้อง จนได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญ สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง เราจะน่าจะสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เราจึงควรมองหาวุฒิบัตร หรือสอบถามจากทางแพทยสภา

เรื่องจรรยาบรรณก็สำคัญ เพราะศัลยแพทย์บางคนอาจจะฝึกอบรมมาจริง ได้รับวุฒิบัตรจริง แต่ประพฤติปฏิบัติในทางเสื่อมเสีย ใช้วิธีการผิดๆ หรือหลอกลวง ซึ่งทางสมาคมฯ จะไม่ยินดีให้เป็นสมาชิก ซึ่งเราก็สามารถติดต่อสอบถามกับทางสมาคมฯ ได้โดยตรงค่ะ

เวปไซต์ทางการของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย คลิก!!

เลือกศัลยแพทย์อย่างไรให้โดนใจ

วิธีคัดเลือกศัลยแพทย์ ก่อนเข้ารับการศัลยกรรม ?

เทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย กว้างขวาง และรวดเร็ว ในทางกลับกัน ข้อมูลมากมายดังกล่าว มีโอกาสทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง หรือเกิดความสับสน ดังนั้น เราจึงควรเตรียมตัวดังนี้ค่ะ

1. เตรียมตัวหาข้อมูลในเรื่องที่ต้องการสอบถาม
เพื่อให้มีความเข้าใจเรื่องนั้นๆ และเตรียมคำถามก่อนพบแพทย์ เมื่อเกิดความคิดที่ต้องการทำศัลยกรรมตกแต่งในเรื่องใด สามารถหาข้อมูลความรู้ได้จากแหล่งต่างๆ ที่เชื่อถือได้ เช่น บทความเชิงวิชาการ ที่มีเหตุและผล มีข้อดีข้อเสียอยู่ในเนื้อหา การรับข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน ถือเป็นแหล่งข้อมูลหนึ่งที่สามารถนำมาพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ทั้งหมด เพราะอาจจะมีความเชื่อ อารมณ์ และการชักจูงแอบแฝงได้

2. ตรวจสอบประวัติของแพทย์ และประสบการณ์ที่ผ่านมา 
เราควรทราบข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ให้มากที่สุด นอกจากจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากจากแพทยสภา เพื่อแสดงความเป็นแพทย์แล้ว ศัลยแพทย์ตกแต่งทุกคน จะมีวุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตรจากแพทยสภาด้วย นอกจากนี้ ศัลยแพทย์ตกแต่งที่ผ่านการทำงานอย่างน้อย 1 ปี โดยไม่ได้มีปัญหาใดๆ ในการทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว และมาสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ก็จะมีรายชื่อที่ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม จะมีศัลยแพทย์ตกแต่งบางท่าน ซึ่งเป็นส่วนน้อย ที่ไม่ได้สมัครสมาชิกของสมาคมฯ หรือบางท่านอาจถูกถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิก เราสามารถตรวจสอบกับสมาคมฯ ได้

ศัลยแพทย์ผู้เชียวชาญเรื่องโครงหน้า ประเทศเกาหลีใต้

เลือกศัลยแพทย์อย่างไรให้โดนใจ
ภาพจาก : DA Plastic Surgery & Dermatology

3. สื่อสารความต้องการให้ชัดเจน ให้แพทย์เข้าใจตรงกัน
เป็นเรื่องปกติที่แพทย์ต้องการข้อมูลความชัดเจนของเรา เพื่อประเมินและวางแผนการผ่าตัด อาจจะใช้ภาพตัวอย่าง เพื่ออธิบายว่าชอบไม่ชอบอย่างไร แต่ไม่ใช่เลียนแบบ เพราะผลหลังผ่าตัดที่ดี จะเหมาะสมกับสภาพปัญหา หรือความต้องการของแต่ละราย มากกว่าการทำเพื่อเลียนแบบ เราควรสอบถามข้อมูลรายละเอียดที่จำเป็นต้องทราบ เช่น ข้อจำกัดของโครงสร้างตัวเอง ความคาดหวังผลที่จะได้ หรือผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้น รวมไปถึงการดูแลหลังทำ และแนวทางแก้ไขกรณีเกิดผลข้างเคียง

4. รับข้อมูลมาไตร่ตรอง
คิดรอบคอบก่อนทำ ไม่ใช่ว่าทำแล้วเกิดปัญหา บอกว่ารู้แบบนี้ไม่ทำดีกว่า เนื่องจากแพทย์แต่ละท่าน จะมีประสบการณ์ ความคิดเห็น มุมมองที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่ได้รับ จึงไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายที่ต้องรีบด่วนตัดสินใจทำตามคำแนะนำในทันทีทันใด เมื่อมีความสงสัยหรือไม่แน่ใจ ให้กลับมาทบทวนตั้งแต่ต้นใหม่อีกรอบ หรือสอบถามจากแพทย์ท่านอื่นๆ แล้วนำข้อดีข้อเสียทั้งหมด กลับมาถามตัวเองว่าสมมุตเกิดเรื่องที่แย่ที่สุด จะรับได้หรือไม่ ถ้าคิดว่ารับไม่ได้เลย ให้อยู่เฉยๆ จะไม่เกิดปัญหา หรือถ้าเกิดแล้วมีทางออกในแบบที่รับได้หรือไม่

วิธีเช็กชื่อแพทย์กับแพทยสภา

ขั้นตอนการเช็กชื่อแพทย์กับแพทยสภา ถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการทำศัลยกรรมเลยครับ เพราะจะช่วยให้เราคัดกรองได้ทันทีว่า หมอที่จะมาผ่าตัดให้เราเป็น “หมอจริง” หรือ “หมอกระเป๋า/หมอปลอม” และที่สำคัญคือ จบเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งมาโดยตรงหรือไม่

โดดเด่นจะสรุปวิธีเช็กแบบทีละขั้นตอน (Step-by-Step) ที่ทำเสร็จได้ภายใน 1 นาที มาให้ตามนี้ครับ:


1. เข้าสู่ระบบตรวจสอบของแพทยสภา

ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของแพทยสภาโดยตรง ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงครับ

  • ลิงก์เข้าใช้งาน: ค้นหาคำว่า “ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ แพทยสภา” หรือเข้าผ่าน URL: https://tmc.or.th/check_md/

2. กรอกข้อมูลแพทย์ (ชื่อ-นามสกุล)

เมื่อเข้าหน้าเว็บแล้ว จะมีช่องให้กรอกข้อมูลเพื่อสืบค้น

  • วิธีใช้งาน: ให้กรอก “ชื่อ” และ “นามสกุล” ของแพทย์เป็นภาษาไทยให้ถูกต้อง (ไม่จำเป็นต้องใส่คำนำหน้าชื่อ เช่น นายแพทย์ หรือแพทย์หญิง)

  • ข้อแนะนำ: หากไม่ทราบนามสกุล สามารถใส่เฉพาะ “ชื่อ” อย่างเดียวได้ แต่ระบบจะแสดงรายชื่อแพทย์ที่ชื่อซ้ำกันออกมาทั้งหมด ซึ่งเราต้องมาไล่ดูรูปถ่ายและข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีครับ

3. วิธีการอ่านและวิเคราะห์ผลลัพธ์ (สำคัญมาก)

เมื่อกดค้นหาแล้ว ระบบจะแสดงผลลัพธ์ออกมาเป็นตาราง ให้เราตรวจสอบสถานะ 3 จุดสำคัญดังนี้ครับ:

  • จุดที่ 1: สถานะแพทย์ (Status): ต้องขึ้นสถานะเป็น “ยังคงเป็นสมาชิก” (หมายถึงยังมีสิทธิ์ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย) หากขึ้นสถานะอื่น เช่น พ้นสภาพ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ห้ามทำเด็ดขาดครับ

  • จุดที่ 2: รูปถ่ายหน้าตรง: ตรวจสอบรูปภาพในระบบแพทยสภาว่าตรงกับใบหน้าของหมอที่เราไปปรึกษาที่คลินิกจริง ๆ หรือไม่ เพื่อป้องกันการแอบอ้างนำชื่อหมอท่านอื่นมาใช้

  • จุดที่ 3: สาขาความเชี่ยวชาญ (Specialty): เลื่อนลงมาดูที่หัวข้อ “วุฒิบัตร/อนุมัติบัตร” หมอที่จบเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง ระบบจะต้องระบุชัดเจนว่า:

    “สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง” หรือ “สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง”


⚠️ สิ่งที่ต้องระวังระวัง (หมอทั่วไป vs หมอเฉพาะทาง)

มีบ่อยครั้งที่เช็กแล้วพบชื่อแพทย์จริง สถานะผ่าน แต่ในช่องความเชี่ยวชาญขึ้นว่า “ไม่ได้แสดงข้อมูลเนื่องจากไม่ได้จบเฉพาะทาง” หรือเป็น “หมอทั่วไป (General Practitioner)” แพทย์ทั่วไปสามารถทำหัตถการเล็ก ๆ ได้ตามกฎหมายครับ แต่สำหรับงานผ่าตัดใหญ่ หรือโครงสร้างซับซ้อน เช่น การเสริมจมูกโอเพ่นปรับโครงสร้าง หรือการดึงหน้า การเลือกแพทย์ที่มีวุฒิบัตร “สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง” โดยตรง จะปลอดภัยและลดโอกาสเกิดเคสหลุดได้ดีที่สุดครับ

💡 เคล็ดลับจากโดดเด่น: ก่อนโอนเงินจองคิวทุกครั้ง ให้ขอ ชื่อ-นามสกุลจริง ของหมอจากแอดมินคลินิกมาเช็กก่อนเสมอครับ ถ้าคลินิกไหนอึกอัก บ่ายเบี่ยง ไม่ยอมบอกชื่อหมอที่จะผ่าตัดให้ล่วงหน้า ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจมีความผิดปกติครับ! 🛡️✨🤖

วิธีเลือกศัลยแพทย์

การเช็กประวัติสถานพยาบาล

การเช็กประวัติสถานพยาบาล หรือคลินิกศัลยกรรม เป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การเช็กชื่อหมอเลยครับ เพราะต่อให้แพทย์จะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าผ่าตัดในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีอุปกรณ์กู้ชีพ หรือใช้ยาปลอม ความเสี่ยงก็ตกอยู่ที่ตัวเราเต็ม ๆ

โดดเด่นสรุปวิธีเช็กประวัติและตรวจสอบสถานพยาบาลให้ปลอดภัยแบบง่าย ๆ เป็น 3 ส่วน ดังนี้ครับ:


1. ตรวจสอบ “เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก” (สำคัญที่สุด)

คลินิกที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

  • จุดสังเกต: คลินิกต้องแสดงใบอนุญาต (แผ่นป้ายสีน้ำเงิน) ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ชัดเจน ณ สถานพยาบาล นั้น ๆ โดยบนป้ายจะมีเลขใบอนุญาต 11 หลัก

  • วิธีเช็ก: คุณสามารถนำเลข 11 หลักนี้ หรือชื่อคลินิก ไปกรอกค้นหาใน ระบบตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชน ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ทางออนไลน์ได้ทันที เพื่อดูว่าคลินิกนี้ยังเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ไม่ได้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

2. เช็ก “รายชื่อแพทย์ประจำคลินิก” (ต้องตรงปก)

หน้าห้องตรวจหรือหน้าคลินิก จะต้องมีแผ่นป้ายแสดงรูปถ่าย ชื่อ-นามสกุล และเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (เลข ว.) ของแพทย์ที่ปฏิบัติงานในคลินิกนั้น ๆ

  • สิ่งที่ต้องระวัง: หมอที่ลงมือผ่าตัดให้เรา ต้องเป็นคนเดียวกับ หมอที่มีชื่อและรูปอยู่บนป้ายหน้าห้อง หากตอนทำจริงพบว่าเป็นหมอคนอื่น หรือคลินิกอ้างว่าเป็น “หมอพาร์ทไทม์” ที่ไม่มีป้ายแสดง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นหมอปลอม (หมอกระเป๋า) ครับ

3. ตรวจสอบประวัติความร้องเรียนและการถูกดำเนินคดี

ก่อนตัดสินใจโอนเงินมัดจำ ให้ลองสืบค้นประวัติย้อนหลังของคลินิกนั้น ๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้:

  • ค้นหาข่าวเก่า: พิมพ์ชื่อคลินิกใน Google ตามด้วยคำว่า “ศาลสั่งปิด”, “บุกจับ”, “ติดเชื้อ”, หรือ “แพ้ฟิลเลอร์” เพื่อดูว่าคลินิกเคยมีประวัติถูกร้องเรียนจากผู้บริโภค หรือเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับข้อหาใช้ยาเถื่อน/หมอเถื่อนมาก่อนหรือไม่

  • เช็กกลุ่มแชร์ประสบการณ์ศัลยกรรม: เข้าไปส่องในกลุ่มเฟสบุ๊กหรือเว็บบอร์ดศัลยกรรมที่เชื่อถือได้ เพื่อดูรีวิวที่เป็น “เคสหลุด” หรือเคสที่มีปัญหา เพราะรีวิวหน้าเพจของคลินิกมักจะเลือกโชว์เฉพาะเคสที่สวยงามเท่านั้น


💡 ทริคจากโดดเด่น: คลินิกศัลยกรรมที่ดีและได้มาตรฐาน จะต้องสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ มีห้องผ่าตัดที่เป็นสัดส่วนชัดเจน และที่สำคัญ ต้องยินดีให้คนไข้ตรวจสอบกล่องยาและขวดผลิตภัณฑ์ (เช่น ฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์) ก่อนฉีดทุกครั้ง หากคลินิกไหนแอบผสมยาในห้องมืด หรือบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้เช็กกล่อง ให้เปลี่ยนใจเดินออกได้เลยครับ ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด! 🛡️✨🤖

••••••••••••••••••••••••••••••

ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ถึงกับยากจนเกินไป ถ้ามองทุกอย่างในแง่ดี อย่างน้อยที่สุดที่ควรจะได้รับ คือ ความสบายใจหลังทำ เพราะไม่มีทางที่ทำแล้วจะให้ทุกคนชอบทั้งหมด หรือมีโอกาสที่ไม่ได้ผลที่ต้องการทั้งหมด จากข้อจำกัดของโครงสร้างตัวเอง และไม่มีใครสรุปได้ว่า แพทย์คนใดเก่งที่สุด เชี่ยวชาญในเรื่องใดมากที่สุด หรือแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุด อาจจะไม่ได้ทำให้คุณเกิดความพอใจได้ อย่างไรก็ตาม เลือกแพทย์ที่เข้าใจสิ่งที่คุณต้องการ (ไม่ใช่ตามใจ) มีเวลาให้ตั้งแต่ก่อนทำ สามารถนัดติดตามผลหลังทำได้ จะดีที่สุดค่ะ

เรียบเรียงเนื้อหาโดย Dodeden.com

สนใจหาข้อมูลและปรึกษาศัลยกรรมได้ที่นี่

โดดเด่น
ศัลยกรรม
webdodeden

 

เรื่องน่าสนใจ