วิธีเลือกศัลยแพทย์ อย่างไรให้ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการผ่าตัด เมื่อเราอยากทำศัลยกรรม เชื่อว่านี่เป็นคำถามที่ทุกคนก็ต้องเคยสงสัย ว่าเราควรจะมีข้อกำหนดอย่างไร หรือศัลยแพทย์ที่เรากำลังจะทำศัลยกรรมด้วยนั้น มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนบ้าง ?
หลักการง่ายๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ คือการเลือกศัลยแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง แต่แน่นอนว่า สำหรับคนทั่วไปแล้ว ย่อมไม่ทราบว่าศัลยแพทย์คนใด มีความรู้ความสามารถอย่างที่เราหวัง เราจึงมีข้อแนะนำดีๆ มาฝากกันในบทความนี้ค่ะ

การผ่าตัด ก็คล้ายกับการขึ้นรถแท็กซี่ ถ้าเรารู้จักผู้ขับขี่ก็ดีไป แต่ถ้าไม่รู้จักผู้ขับขี่ เราคงต้องพยายามทำความรู้จัก นั่นก็หมายความว่า เราไม่ควรรีบตัดสินใจผ่าตัดรักษา จนกว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับศัลยแพทย์คนนั้นก่อน อาจต้องเดินทางไปพบปะพูดคุยกันมากกว่าหนึ่งครั้ง หากแพทย์ท่านั้นผ่านการฝึกอบรมในสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง และเสริมสร้างมาอย่างถูกต้อง จนได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญ สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง เราจะน่าจะสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เราจึงควรมองหาวุฒิบัตร หรือสอบถามจากทางแพทยสภา
เรื่องจรรยาบรรณก็สำคัญ เพราะศัลยแพทย์บางคนอาจจะฝึกอบรมมาจริง ได้รับวุฒิบัตรจริง แต่ประพฤติปฏิบัติในทางเสื่อมเสีย ใช้วิธีการผิดๆ หรือหลอกลวง ซึ่งทางสมาคมฯ จะไม่ยินดีให้เป็นสมาชิก ซึ่งเราก็สามารถติดต่อสอบถามกับทางสมาคมฯ ได้โดยตรงค่ะ
เวปไซต์ทางการของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย คลิก!!

เทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย กว้างขวาง และรวดเร็ว ในทางกลับกัน ข้อมูลมากมายดังกล่าว มีโอกาสทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง หรือเกิดความสับสน ดังนั้น เราจึงควรเตรียมตัวดังนี้ค่ะ
1. เตรียมตัวหาข้อมูลในเรื่องที่ต้องการสอบถาม
เพื่อให้มีความเข้าใจเรื่องนั้นๆ และเตรียมคำถามก่อนพบแพทย์ เมื่อเกิดความคิดที่ต้องการทำศัลยกรรมตกแต่งในเรื่องใด สามารถหาข้อมูลความรู้ได้จากแหล่งต่างๆ ที่เชื่อถือได้ เช่น บทความเชิงวิชาการ ที่มีเหตุและผล มีข้อดีข้อเสียอยู่ในเนื้อหา การรับข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน ถือเป็นแหล่งข้อมูลหนึ่งที่สามารถนำมาพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ทั้งหมด เพราะอาจจะมีความเชื่อ อารมณ์ และการชักจูงแอบแฝงได้
2. ตรวจสอบประวัติของแพทย์ และประสบการณ์ที่ผ่านมา
เราควรทราบข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ให้มากที่สุด นอกจากจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากจากแพทยสภา เพื่อแสดงความเป็นแพทย์แล้ว ศัลยแพทย์ตกแต่งทุกคน จะมีวุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตรจากแพทยสภาด้วย นอกจากนี้ ศัลยแพทย์ตกแต่งที่ผ่านการทำงานอย่างน้อย 1 ปี โดยไม่ได้มีปัญหาใดๆ ในการทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว และมาสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ก็จะมีรายชื่อที่ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม จะมีศัลยแพทย์ตกแต่งบางท่าน ซึ่งเป็นส่วนน้อย ที่ไม่ได้สมัครสมาชิกของสมาคมฯ หรือบางท่านอาจถูกถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิก เราสามารถตรวจสอบกับสมาคมฯ ได้

3. สื่อสารความต้องการให้ชัดเจน ให้แพทย์เข้าใจตรงกัน
เป็นเรื่องปกติที่แพทย์ต้องการข้อมูลความชัดเจนของเรา เพื่อประเมินและวางแผนการผ่าตัด อาจจะใช้ภาพตัวอย่าง เพื่ออธิบายว่าชอบไม่ชอบอย่างไร แต่ไม่ใช่เลียนแบบ เพราะผลหลังผ่าตัดที่ดี จะเหมาะสมกับสภาพปัญหา หรือความต้องการของแต่ละราย มากกว่าการทำเพื่อเลียนแบบ เราควรสอบถามข้อมูลรายละเอียดที่จำเป็นต้องทราบ เช่น ข้อจำกัดของโครงสร้างตัวเอง ความคาดหวังผลที่จะได้ หรือผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้น รวมไปถึงการดูแลหลังทำ และแนวทางแก้ไขกรณีเกิดผลข้างเคียง
4. รับข้อมูลมาไตร่ตรอง
คิดรอบคอบก่อนทำ ไม่ใช่ว่าทำแล้วเกิดปัญหา บอกว่ารู้แบบนี้ไม่ทำดีกว่า เนื่องจากแพทย์แต่ละท่าน จะมีประสบการณ์ ความคิดเห็น มุมมองที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่ได้รับ จึงไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายที่ต้องรีบด่วนตัดสินใจทำตามคำแนะนำในทันทีทันใด เมื่อมีความสงสัยหรือไม่แน่ใจ ให้กลับมาทบทวนตั้งแต่ต้นใหม่อีกรอบ หรือสอบถามจากแพทย์ท่านอื่นๆ แล้วนำข้อดีข้อเสียทั้งหมด กลับมาถามตัวเองว่าสมมุตเกิดเรื่องที่แย่ที่สุด จะรับได้หรือไม่ ถ้าคิดว่ารับไม่ได้เลย ให้อยู่เฉยๆ จะไม่เกิดปัญหา หรือถ้าเกิดแล้วมีทางออกในแบบที่รับได้หรือไม่
ขั้นตอนการเช็กชื่อแพทย์กับแพทยสภา ถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการทำศัลยกรรมเลยครับ เพราะจะช่วยให้เราคัดกรองได้ทันทีว่า หมอที่จะมาผ่าตัดให้เราเป็น “หมอจริง” หรือ “หมอกระเป๋า/หมอปลอม” และที่สำคัญคือ จบเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งมาโดยตรงหรือไม่
โดดเด่นจะสรุปวิธีเช็กแบบทีละขั้นตอน (Step-by-Step) ที่ทำเสร็จได้ภายใน 1 นาที มาให้ตามนี้ครับ:
ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของแพทยสภาโดยตรง ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงครับ
ลิงก์เข้าใช้งาน: ค้นหาคำว่า “ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ แพทยสภา” หรือเข้าผ่าน URL: https://tmc.or.th/check_md/
เมื่อเข้าหน้าเว็บแล้ว จะมีช่องให้กรอกข้อมูลเพื่อสืบค้น
วิธีใช้งาน: ให้กรอก “ชื่อ” และ “นามสกุล” ของแพทย์เป็นภาษาไทยให้ถูกต้อง (ไม่จำเป็นต้องใส่คำนำหน้าชื่อ เช่น นายแพทย์ หรือแพทย์หญิง)
ข้อแนะนำ: หากไม่ทราบนามสกุล สามารถใส่เฉพาะ “ชื่อ” อย่างเดียวได้ แต่ระบบจะแสดงรายชื่อแพทย์ที่ชื่อซ้ำกันออกมาทั้งหมด ซึ่งเราต้องมาไล่ดูรูปถ่ายและข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีครับ
เมื่อกดค้นหาแล้ว ระบบจะแสดงผลลัพธ์ออกมาเป็นตาราง ให้เราตรวจสอบสถานะ 3 จุดสำคัญดังนี้ครับ:
จุดที่ 1: สถานะแพทย์ (Status): ต้องขึ้นสถานะเป็น “ยังคงเป็นสมาชิก” (หมายถึงยังมีสิทธิ์ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย) หากขึ้นสถานะอื่น เช่น พ้นสภาพ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ห้ามทำเด็ดขาดครับ
จุดที่ 2: รูปถ่ายหน้าตรง: ตรวจสอบรูปภาพในระบบแพทยสภาว่าตรงกับใบหน้าของหมอที่เราไปปรึกษาที่คลินิกจริง ๆ หรือไม่ เพื่อป้องกันการแอบอ้างนำชื่อหมอท่านอื่นมาใช้
จุดที่ 3: สาขาความเชี่ยวชาญ (Specialty): เลื่อนลงมาดูที่หัวข้อ “วุฒิบัตร/อนุมัติบัตร” หมอที่จบเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง ระบบจะต้องระบุชัดเจนว่า:
“สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง” หรือ “สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง”
มีบ่อยครั้งที่เช็กแล้วพบชื่อแพทย์จริง สถานะผ่าน แต่ในช่องความเชี่ยวชาญขึ้นว่า “ไม่ได้แสดงข้อมูลเนื่องจากไม่ได้จบเฉพาะทาง” หรือเป็น “หมอทั่วไป (General Practitioner)” แพทย์ทั่วไปสามารถทำหัตถการเล็ก ๆ ได้ตามกฎหมายครับ แต่สำหรับงานผ่าตัดใหญ่ หรือโครงสร้างซับซ้อน เช่น การเสริมจมูกโอเพ่นปรับโครงสร้าง หรือการดึงหน้า การเลือกแพทย์ที่มีวุฒิบัตร “สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง” โดยตรง จะปลอดภัยและลดโอกาสเกิดเคสหลุดได้ดีที่สุดครับ
💡 เคล็ดลับจากโดดเด่น: ก่อนโอนเงินจองคิวทุกครั้ง ให้ขอ ชื่อ-นามสกุลจริง ของหมอจากแอดมินคลินิกมาเช็กก่อนเสมอครับ ถ้าคลินิกไหนอึกอัก บ่ายเบี่ยง ไม่ยอมบอกชื่อหมอที่จะผ่าตัดให้ล่วงหน้า ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจมีความผิดปกติครับ! 🛡️✨🤖

การเช็กประวัติสถานพยาบาล หรือคลินิกศัลยกรรม เป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การเช็กชื่อหมอเลยครับ เพราะต่อให้แพทย์จะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าผ่าตัดในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีอุปกรณ์กู้ชีพ หรือใช้ยาปลอม ความเสี่ยงก็ตกอยู่ที่ตัวเราเต็ม ๆ
โดดเด่นสรุปวิธีเช็กประวัติและตรวจสอบสถานพยาบาลให้ปลอดภัยแบบง่าย ๆ เป็น 3 ส่วน ดังนี้ครับ:
คลินิกที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)
จุดสังเกต: คลินิกต้องแสดงใบอนุญาต (แผ่นป้ายสีน้ำเงิน) ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ชัดเจน ณ สถานพยาบาล นั้น ๆ โดยบนป้ายจะมีเลขใบอนุญาต 11 หลัก
วิธีเช็ก: คุณสามารถนำเลข 11 หลักนี้ หรือชื่อคลินิก ไปกรอกค้นหาใน ระบบตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชน ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ทางออนไลน์ได้ทันที เพื่อดูว่าคลินิกนี้ยังเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ไม่ได้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
หน้าห้องตรวจหรือหน้าคลินิก จะต้องมีแผ่นป้ายแสดงรูปถ่าย ชื่อ-นามสกุล และเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (เลข ว.) ของแพทย์ที่ปฏิบัติงานในคลินิกนั้น ๆ
สิ่งที่ต้องระวัง: หมอที่ลงมือผ่าตัดให้เรา ต้องเป็นคนเดียวกับ หมอที่มีชื่อและรูปอยู่บนป้ายหน้าห้อง หากตอนทำจริงพบว่าเป็นหมอคนอื่น หรือคลินิกอ้างว่าเป็น “หมอพาร์ทไทม์” ที่ไม่มีป้ายแสดง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นหมอปลอม (หมอกระเป๋า) ครับ
ก่อนตัดสินใจโอนเงินมัดจำ ให้ลองสืบค้นประวัติย้อนหลังของคลินิกนั้น ๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้:
ค้นหาข่าวเก่า: พิมพ์ชื่อคลินิกใน Google ตามด้วยคำว่า “ศาลสั่งปิด”, “บุกจับ”, “ติดเชื้อ”, หรือ “แพ้ฟิลเลอร์” เพื่อดูว่าคลินิกเคยมีประวัติถูกร้องเรียนจากผู้บริโภค หรือเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับข้อหาใช้ยาเถื่อน/หมอเถื่อนมาก่อนหรือไม่
เช็กกลุ่มแชร์ประสบการณ์ศัลยกรรม: เข้าไปส่องในกลุ่มเฟสบุ๊กหรือเว็บบอร์ดศัลยกรรมที่เชื่อถือได้ เพื่อดูรีวิวที่เป็น “เคสหลุด” หรือเคสที่มีปัญหา เพราะรีวิวหน้าเพจของคลินิกมักจะเลือกโชว์เฉพาะเคสที่สวยงามเท่านั้น
💡 ทริคจากโดดเด่น: คลินิกศัลยกรรมที่ดีและได้มาตรฐาน จะต้องสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ มีห้องผ่าตัดที่เป็นสัดส่วนชัดเจน และที่สำคัญ ต้องยินดีให้คนไข้ตรวจสอบกล่องยาและขวดผลิตภัณฑ์ (เช่น ฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์) ก่อนฉีดทุกครั้ง หากคลินิกไหนแอบผสมยาในห้องมืด หรือบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้เช็กกล่อง ให้เปลี่ยนใจเดินออกได้เลยครับ ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด! 🛡️✨🤖
••••••••••••••••••••••••••••••
ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ถึงกับยากจนเกินไป ถ้ามองทุกอย่างในแง่ดี อย่างน้อยที่สุดที่ควรจะได้รับ คือ ความสบายใจหลังทำ เพราะไม่มีทางที่ทำแล้วจะให้ทุกคนชอบทั้งหมด หรือมีโอกาสที่ไม่ได้ผลที่ต้องการทั้งหมด จากข้อจำกัดของโครงสร้างตัวเอง และไม่มีใครสรุปได้ว่า แพทย์คนใดเก่งที่สุด เชี่ยวชาญในเรื่องใดมากที่สุด หรือแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุด อาจจะไม่ได้ทำให้คุณเกิดความพอใจได้ อย่างไรก็ตาม เลือกแพทย์ที่เข้าใจสิ่งที่คุณต้องการ (ไม่ใช่ตามใจ) มีเวลาให้ตั้งแต่ก่อนทำ สามารถนัดติดตามผลหลังทำได้ จะดีที่สุดค่ะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย Dodeden.com
สนใจหาข้อมูลและปรึกษาศัลยกรรมได้ที่นี่


