บิ๊กบอสส์ MrGT14 หรือ เปรมปริญญ์ พุทธชินวรวงศ์ ไม่ได้เป็นแค่คนที่เปลี่ยนอาชีพหลายครั้ง แต่เป็นคนที่เปลี่ยนวิธีมองชีวิตจากข้างในออกมา จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ได้เดินทางพบปะผู้คนทั่วโลก สู่เจ้าของธุรกิจ และที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณที่วันนี้ช่วยให้คนอีกหลายชีวิตกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผ่านทั้งความสูญเสีย ความล้มเหลว และการเริ่มต้นใหม่มาหลายรอบ บนเวที Mister Gay Thailand 2026 บิ๊กบอสส์ MrGT14 ไม่ได้มาเพื่อพิสูจน์อะไร แต่มาเพื่อส่งต่อสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอด — ว่าการรักตัวเองคือจุดเริ่มต้นของทุกการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

หลายคนอาจรู้จักคุณในฐานะที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณ แต่ถ้าให้คุณแนะนำตัวตนที่แท้จริงของ “บิ๊กบอสส์” ใน 3 คำ คุณจะเลือกคำว่าอะไร
เมตตา — กล้าหาญ — ไม่หยุดเติบโต เมตตา คือการมองเห็นคุณค่าของผู้คนโดยไม่ตัดสิน กล้าหาญ คือการยอมรับความจริงของตัวเอง แม้บางครั้งจะไม่ง่าย และไม่หยุดเติบโต เพราะผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองได้เสมอ ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหนก็ตาม
จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน สู่เจ้าของธุรกิจ และที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณ อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในชีวิตที่ทำให้คุณเลือกเดินบนเส้นทางนี้
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุด คือวันที่ผมเสียคุณแม่ ที่เป็นเหมือนโลกทั้งใบของผม จนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ความสำเร็จที่แท้จริงเพื่อชีวิตที่เหลือของตนเองคืออะไร” จากการได้เดินทาง พบปะผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก และผ่านประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างตั้งแต่สูงสุดจนถึงธรรมดาสามัญที่สุด ทำให้ผมค้นพบว่าหลายคนที่ดูประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงาน ฐานะหรือการยอมรับจากสังคมภายนอก แต่โลกภายในกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ ความกดดัน และแม้แต่หาความสุขในตัวเองไม่เจอ ผมจึงเริ่มศึกษาเรื่องจิตใจ จิตวิญญาณ และการพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง จนค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการมีมากขึ้น แต่มาจากการเข้าใจตัวเองมากขึ้นและยอมรับในสิ่งที่เป็นตนเอง และนั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกใช้ชีวิตเพื่อช่วยให้ผู้คนกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง

ในวันที่ชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่หลายครั้ง คุณเคยมีช่วงที่ล้มเหลวหรือหมดหวังจนคิดว่าจะไปต่อไม่ไหวไหม แล้วผ่านมันมาได้อย่างไร
เคยครับ หลายครั้งด้วย มีช่วงเวลาที่ผมสูญเสียทั้งความมั่นใจ ความสัมพันธ์ และแผนชีวิตที่เคยวางไว้ จนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังลงตรงหน้า
ต้องขอบคุณคุณแม่ที่ได้เป็นตัวอย่างในการปฏิบัติธรรม เข้าวัดและทำบุญ และพาผมทำสิ่งเหล่านั้นมาตลอด แต่สิ่งที่ช่วยผมได้จริง ๆ คือการยอมรับกับสิ่งตรงหน้าตามความเป็นจริงว่า “ชีวิตไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบจึงจะมีคุณค่า” ผมในเวอร์ชันใหม่ไม่กดดันตัวเองเหมือนแต่ก่อน ค่อย ๆ กลับมาดูแลตัวเอง ให้อภัยตัวเอง และเรียนรู้ว่าความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นครูที่สอนบทเรียนสำคัญที่สุดในชีวิต ทุกวันนี้ผมยังเชื่อว่า บางครั้งการเริ่มต้นใหม่ไม่ได้แปลว่าเราแพ้ แต่แปลว่าเรากล้าที่จะเลือกชีวิตที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น

งานด้านจิตวิญญาณทำให้คุณได้พบเจอผู้คนหลากหลายรูปแบบ อะไรคือปัญหาหรือความทุกข์ที่คุณพบว่าคนส่วนใหญ่มีเหมือนกันมากที่สุด
สิ่งที่ผมพบมากที่สุดคือ “การไม่ยอมรับคุณค่าในตัวเอง” ไม่ว่าจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ คนที่มีชื่อเสียง หรือคนธรรมดาทั่วไป หลายคนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ เราถูกสอนให้เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น จนลืมมองเห็นคุณค่าที่เรามีอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าหากคนเรารักและยอมรับตัวเองได้มากขึ้น ปัญหาอีกหลายอย่างในสังคมจะลดลง ทั้งความเกลียดชัง การกลั่นแกล้ง และความรุนแรงทางอารมณ์

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาหรือเชื่อว่าชีวิตถูกกำหนดด้วยการตัดสินใจของตัวเราเองมากกว่ากัน เพราะอะไร
ผมเชื่อว่าทั้งสองอย่างทำงานร่วมกัน โชคชะตาอาจเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเลือกได้ เช่น จุดเริ่มต้นของชีวิต ครอบครัว หรือสถานการณ์บางอย่าง แต่การตัดสินใจคือสิ่งที่กำหนดว่าเราจะเติบโตจากสิ่งเหล่านั้นอย่างไร เราอาจควบคุมปัจจัยภายนอกทุกอย่างไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะควบคุมปัจจัยภายในของตนเอง ทัศนคติ การกระทำ และวิธีตอบสนองต่อชีวิตได้เสมอ และหลายครั้ง การตัดสินใจเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนทั้งเส้นทางชีวิตได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ในทุกวันที่เราตื่นนอน

ในฐานะคนที่ผ่านทั้งโลกธุรกิจและโลกจิตวิญญาณ คุณมองว่าความสำเร็จที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร
สำหรับผม ความสำเร็จไม่ใช่แค่การมีเงิน ชื่อเสียง หรือสถานะทางสังคม แต่คือการสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย มีความสุขกับตัวเอง และยังส่งต่อคุณค่าให้กับผู้อื่นได้ หากวันหนึ่งเรามองย้อนกลับมาแล้วรู้ว่าเราได้รักคนที่ควรรัก ดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุด และทำให้ใครบางคนมีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะการมีอยู่ของเรา ผมคิดว่านั่นคือความสำเร็จที่แท้จริงแล้ว
หากมีคนกำลังเผชิญปัญหาชีวิตจนมองไม่เห็นทางออก คุณอยากบอกอะไรกับเขาในฐานะคนที่ทำงานให้คำปรึกษากับผู้คนมาโดยตลอด
ผมอยากบอกว่า “อย่าเพิ่งตัดสินชีวิตของตัวเองจากวันที่แย่ที่สุดวันเดียว” บางครั้งสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของชีวิต แต่คือการก้าวต่อไปทีละก้าว คุณไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ไม่เป็นไรที่จะร้องไห้ ไม่เป็นไรที่จะขอความช่วยเหลือ และโปรดจำไว้ว่า คุณมีคุณค่ามากกว่าปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่เสมอ

ถ้าคุณได้รับตำแหน่ง Mr. Gay Thailand 2026 คุณอยากใช้ประสบการณ์ชีวิตของตัวเองสร้างแรงบันดาลใจหรือช่วยเหลือสังคมในด้านใดมากที่สุด
ผมอยากเป็นกระบอกเสียงเรื่อง Self-Love, Mental Health และ Family Acceptance เพราะผมเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากการที่สังคมยอมรับเราเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการที่เรายอมรับตัวเอง และครอบครัวยอมรับกันด้วยความรัก ผมอยากสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน LGBTQ+ และคนที่กำลังค้นหาตัวตนของตัวเอง ได้รู้ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คู่ควรกับความรัก แต่ทุกคนสมควรได้รับความรัก ความเคารพ และโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิใจในตัวตนของตนเอง
สุดท้ายนี้ หากคุณสามารถส่งข้อความถึงตัวเองในวัยเด็กได้เพียงหนึ่งประโยค คุณจะบอกเด็กคนนั้นว่าอะไร
“สักวันหนึ่ง เธอจะเลิกขอโทษที่เป็นตัวเอง เลิกน้อยใจ และสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นความแตกต่าง ไม่เข้าพวก จะกลายเป็นพลังที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้ อย่าให้เสียงภายนอกมากำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเรา” ❤️
ประโยคนี้คือสิ่งที่ผมอยากส่งต่อให้ทุกคนเช่นกัน เพราะก่อนที่เราจะเปลี่ยนโลกของใครได้ เราต้องเริ่มจากการยอมรับและรักตัวเองให้เป็นก่อนเสมอ และสำหรับใครที่มีปัญหาในชีวิต หรือยังค้นหาตัวเองไม่เจอ สามารถติดต่อผมมาเพื่อช่วยออกแบบแผนที่ชีวิต ค้นหาเส้นทางที่เหมาะสมกับแต่ละท่านมากที่สุด แล้วเราจะเติบโตไปด้วยกัน
จากเด็กที่เคยขอโทษที่เป็นตัวเอง สู่คนที่วันนี้ช่วยให้คนอื่นหยุดขอโทษแบบเดียวกัน บิ๊กบอสส์ MrGT14 พิสูจน์ให้เห็นว่าการเดินทางที่ยากที่สุดไม่ใช่การเดินทางข้ามโลก แต่คือการเดินทางกลับมาหาตัวเองให้เจอ เส้นทางของเขาจากแอร์โฮสเตสส์สู่ที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณบนเวที Mister Gay Thailand 2026 สะท้อนให้เห็นว่าทุกบทเรียนชีวิต ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน ล้วนกำลังเตรียมเราให้พร้อมสำหรับบทบาทที่เราถูกสร้างมาเพื่อทำ และสำหรับบิ๊กบอสส์ บทบาทนั้นคือการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนที่ยังกำลังค้นหาตัวเองอยู่


