ติ้งคิม MrGT11 Mister Gay Thailand 2026 Diversity ต้องลงมือทำ ไม่ใช่แค่พูด เพราะมีคนจำนวนมากที่รู้จักคำว่า “diversity” แต่น้อยคนที่เข้าใจว่ามันต้องการมากกว่าแค่การออกเสียงพูด ติ้งคิม คือหนึ่งในคนที่เลือกเดินทางสายนั้นจริง ๆ ผ่านงานขับเคลื่อนสังคมใน NGOs ที่พาเขาเข้าไปสัมผัสปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรม เห็นความเจ็บปวดที่ไม่มีใครพูดถึง และเรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องเริ่มจากการลงมือ ไม่ใช่การเรียกร้อง บนเวทีนี้ ติ้งคิมจึงไม่ได้มาเพื่อแค่แข่งขัน แต่มาเพื่อพาบทสนทนาที่สังคมยังค้างคาไว้ให้ขยับไปข้างหน้า

การทำงานด้าน NGOs เปลี่ยนมุมมองชีวิตของติ้งคิมยังไง
เปลี่ยนไปเยอะมาก ๆ จากเพราะการทำงานสาย NGOs ทำให้คิมเห็นปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ซ่อนใต้พรม ปัญหาของกลุ่มที่มักถูกลืม หรือปัญหาที่มีการถอดบทเรียนแล้ว แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น การทำงานตรงจุดนี้ช่วยให้คิมใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายและคุณค่า มีความรอบรู้เหตุการณ์บ้านเมือง และส่งต่อโอกาสให้ทุกคนได้ต่อยอด รวมถึงกลุ่มชายขอบต่าง ๆ ที่สังคมอาจมองข้าม

ระหว่างการทำงาน เคยเจอเรื่องไหนที่ทำให้รู้สึกว่า “สังคมยังต้องเปลี่ยนอีกเยอะ”
จริง ๆ มีหลายประเด็นมาก ๆ ที่ควรปรับ แต่ถ้าเอาที่คิดว่าสังคมควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ จริยธรรมการใช้สื่อออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์บ้านเมือง แต่หลาย ๆ ครั้ง กลับเห็นผู้มีอิทธิพลหรือประชาชนบางกลุ่มโทษเหยื่อ ซ้ำเติมเหยื่อ และตั้งคำถามที่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าสังคมขาดวิจารณญาณในการเสพสื่อ การเข้าใจบริบทของเหตุการณ์ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ถ้าสังคมปรับตรงนี้ได้ จะทำให้สังคมดีขึ้นมาก ๆ
ทำไมเรื่องความหลากหลายทางเพศถึงไม่ควรถูกพูดถึงแค่ช่วง Pride Month
เพราะความหลากหลายทางเพศไม่ได้มีความสำคัญน้อยกว่าประเด็นหรือหัวข้อทางสังคมเลย ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ การระหว่างประเทศ สุขภาพ หรือการศึกษา สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงบุคคลทุกกลุ่มและพัฒนาสังคมไปด้วยกัน ทำให้ทุกคนมีความเป็นหนึ่งอันเดียวกัน ถึงแม้จะสื่อสารคนละภาษา นับถือคนละศาสนา หรือมีพื้นเพคนละท้องถิ่น แต่เรามีพื้นที่ตรงกลางที่สามารถแชร์และแลกเปลี่ยนกันได้

สำหรับติ้งคิม “การสนับสนุนอย่างยั่งยืน” หน้าตาเป็นยังไง
การสนับสนุนที่ยั่งยืน คือการที่เราต่อยอดรากเหง้าที่คนรุ่นก่อนสร้างขึ้นไว้ พร้อมกับนำความคิดและนวัตกรรมในรุ่นปัจจุบันมาต่อยอด พัฒนา และรักษาไว้ เพื่อให้คนกลุ่มต่อไปได้มีรากฐานและพื้นฐานที่ดีในการสนับสนุนชาว LGBTQIAN+ และประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ต่อไป
อะไรคือปัญหาที่ LGBT ยังเจอในชีวิตประจำวัน แม้สังคมจะดูเปิดกว้างขึ้นแล้ว
ปัญหาที่เจอในชีวิตประจำวัน คือการสร้างบรรทัดฐานในสังคม เช่น Beauty Standards โดยเฉพาะในสังคมไทยที่รณรงค์แนวคิดต่าง ๆ เช่น Real Size Beauty, My Body My Choice หรือ Me Myself & I แต่ล่าสุด ยังมีโพสต์จัดอันดับและลิสต์รูปร่าง หน้าตา และผิวพรรณของกลุ่ม LGBTQIAN+ อยู่เลย นี่เลยเป็นคำถามสำคัญว่า สรุปแล้วเราเปิดกว้างเรื่องนี้จริง ๆ หรือสร้างมายาคติที่เป็นหลุมพรางทางสังคมกันแน่

การผลักดันเรื่องห้องน้ำเสรีเพศหรือการแต่งกาย สำคัญยังไงในมุมของคนที่อาจไม่เคยได้รับผลกระทบ
การผลักดันในหัวข้อนี้ส่งผลให้ผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบมีความคุ้มค่าเชิงความรู้สึกและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะคิมเองเคยเข้าห้องน้ำผู้หญิงในสมัยก่อน คิมแอบถูกมองเหยียดและหัวเราะ แต่ปัจจุบันสามารถเข้าไปได้อย่างมั่นใจ และอีกสิ่งที่คิมมองคือ หลังจากมีห้องน้ำเหล่านี้ คนกลุ่มอื่น ๆ ยังได้ประโยชน์อีกด้วย เช่น คุณพ่อที่พาลูกสาวอายุไม่กี่ขวบเข้าห้องน้ำหญิง เพื่อเข้าไปช่วยเหลือและดูแลให้เรียบร้อย

เวที Mister Gay Thailand จะช่วยต่อยอดสิ่งที่ติ้งคิมทำอยู่ยังไง
เวทีนี้ช่วยต่อยอดในการสร้างภาคีเครือข่ายและผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เป็นจริง เพราะทุกคนและทีมงานในเวทีนี้ต่างส่งเสริมและรณรงค์ปัญหาเหล่านี้มาตลอด ทำให้คิมเชื่อว่า คุณค่าที่จะได้รับจากการเข้าร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของเวทีนี้ คือรอยยิ้มที่ได้จากการช่วยเหลือผู้อื่นและสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม

ถ้าวันหนึ่งสังคมไทยเข้าใจเรื่อง Diversity จริง ๆ อยากเห็นภาพแบบไหนเกิดขึ้น
ภาพที่อยากเห็นคือ Diversity ที่ทุกคนนำคำว่า “diversity” มาลงมือทำ มากกว่าคำพูดหรือการเรียกร้อง หลาย ๆ เคสในสังคม คนมักจะหยิบคำนี้มาจนไม่ได้เข้าใจในนิยามหรือความหมายของมัน เพราะต่อให้เราออกมาเรียกร้อง แต่ถ้าไม่มีการลงมือทำหรือนำร่องเพื่อพัฒนา ภาพ “diversity” ที่มองเห็นคงจะเป็นแค่ภาพที่อยู่ในกรอบ ไม่ใช่ภาพที่เห็นกับตาในสังคม
บางคนใช้เสียงของตัวเองเพื่อให้คนหันมามอง แต่ติ้งคิมใช้เสียงของตัวเอง…เพื่อให้ใครบางคนไม่ถูกมองข้าม
ในโลกที่คำว่า “ความหลากหลาย” ถูกหยิบขึ้นมาพูดบ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยถูกนำไปปฏิบัติ ติ้งคิมคือเสียงที่เตือนให้เราหยุดนับว่าพูดไปแล้วกี่ครั้ง แล้วเริ่มนับว่าลงมือทำไปแล้วกี่ครั้ง เส้นทางจาก NGOs สู่เวที Mister Gay Thailand 2026 ของเขาไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทาง แต่คือการขยายเสียงให้ดังขึ้น เพื่อให้ทุกคนที่เคยถูกมองข้ามได้รู้ว่า ยังมีคนที่มองเห็นพวกเขาอยู่


