จากเทรนเนอร์ สู่นักขับเคลื่อน MGUT02 ลี กับภารกิจพัฒนา LGBTQ+ ด้วยใจและแรงกาย เพราะเวที Mr. Gay Universe Thailand 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การประกวดเพื่อเฟ้นหาบุรุษที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้แสดงจุดยืน เสียง และความมุ่งมั่นในการพัฒนา Gay Community อย่างแท้จริง

หนึ่งในผู้เข้าประกวดที่น่าจับตามองในปีนี้คือ MGUT02 “ลี – ภาษิต แก้วดี” ชายหนุ่มวัย 38 ปี ผู้ประกอบอาชีพ Freelance Personal Trainer ที่มีแรงบันดาลใจอันแรงกล้าในการใช้ศักยภาพของตัวเองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม LGBTQ+ ไทย
Q : “คุณฝึกฝนคนให้กล้าเปลี่ยนแปลงร่างกาย แล้ววันนี้คุณกำลังเปลี่ยน ‘บทบาทของตัวเอง’ เป็นผู้นำของชุมชน LGBTQ+ อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณเดินขึ้นเวทีนี้?”

“แรงบันดาลใจที่ทำให้ผม(ลี)เลือกมายืนบนเวทีนี้ ……. เพราะผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นผู้นำชุมชน LGBTQ+ ที่ไม่ใช่แค่บทบาท แต่คือ “ความรับผิดชอบ” ที่ผม(ลี)เลือกถือไว้ เพราะตัวเองเคยเป็นส่วนหนึ่งของความเจ็บปวดที่กลุ่มคนหลากหลายเพศต้องเผชิญ — การถูกมองเป็นบุคคลเพศที่ 3, ขาดพื้นที่ปลอดภัย, และการถูกจำกัดสิทธิ์เพียงเพราะเป็นตัวเอง”
“จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผม(ลี)ลุกขึ้นมาคือ….การเห็นเพื่อนๆ LGBTQ+ หลายคนสูญเสียทั้งสุขภาพและชีวิตเพราะความไม่รู้ หรือเพราะสังคมที่ปฏิเสธพวกเรา จนต้องหันไปพึ่งสารเสพติดหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ผมจึงถามตัวเองว่า ถ้าไม่ใช่เราที่จะลุกขึ้นมาเพื่อช่วยสังคม…….แล้วสังคมอย่างเราๆจะเปลี่ยนไปได้อย่างไร”

“ผม(ลี)เชื่อว่า การเป็นผู้นำไม่ใช่การยืนอยู่บนเวที แต่คือการยื่นมือเข้าไปช่วยไปดึงคนที่กำลังประสบปัญหาล้มลุกคลุกคลาน….. และวันนี้ ผมอยากแบ่งปันความรู้ที่สำคัญกับกลุ่มชายรักชาย โดยเฉพาะเรื่อง การใช้สารเสพติดในการมีเพศสัมพันธ์ (Chemsex) ความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้และกำลังเป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรงในชุมชน”
**Chemsex** คือการใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (เช่น เค, ยาอี,ไอซ์ ) เพื่อเพิ่มความตื่นตัวกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีนให้สูง(สารหลั่งความสุข)ในขณะมีเพศสัมพันธ์ มันคือความสุขที่ไม่จีรังและต้องกลับมาใช้ซ้ำ สุขทเพียงชั่วคราว แต่กลับส่งผลกระทบในระยะยาวต่อชีวิตจนน่ากลัว เมื่อคุณขาดสติจนอาจทำให้ลืมการป้องกันใส่ถุงยางอนามัยจนเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV

“และที่แย่ที่สุดคือผลกระทบต่อสภาพจิตใจ
บางคนเรียกได้ว่าจิตใจพังจนน่าเป็นห่วง เมื่อใช้สารเสพติดติดต่อกันเป็นเวลานาน
ทั้งภาวะซึมเศร้า ความหวาดระแวง
หรือแม้แต่คิดฆ่าตัวตายหลังฤทธิ์ยาเลิกทำงาน”

“ที่ผมเลือกมายืนบนเวทีนี้ เพราะผมอยากใช้พื้นนี้เป็นสื่อกลางและเป็นกระบอกเสียงให้กับผมส่งต่อออกไปยังเพื่อนๆ LGBTQ+ ทุกคนว่า ใครที่กำลังเผชิญกับสิ่งเหล่านี้อยู่…. ผมรู้ว่าคำพูดของผมฟังดูเหมือนอาจจะยากถ้าผมบอกให้เพื่อนๆหยุดใช้มันทันที แต่อย่างน้อยคำแนะนำผมในวันนี้จะช่วยให้เพื่อนๆมีทางออกกันได้….นี่คือทางออกที่ปฏิบัติได้จริง”
“สำหรับเพื่อนๆที่พยายามจะเลิกแต่ยังเลิกไม่ได้……ลองวิธีนี้กันนะครับ”

1. Harm Reduction: เลือกใช้สารที่อันตรายน้อยกว่า
– หลีกเลี่ยงสารที่ออกฤทธิ์รุนแรง
– ไม่ใช้เข็มฉีดสารเข้าสู่ร่างกายโดยตรง และไม่ผสมสารหลายชนิดร่วมกัน
– และให้ค่อยๆลดปริมาณการใช้ให้น้อยที่สุด
2. เตรียมความปลอดภัยก่อนมีเพศสัมพันธ์
– ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
– ตรวจ HIV/STDs เป็นประจำ และใช้ PrEP หากมีความเสี่ยงสูง

3. Buddy System: มีเพื่อนคอยเฝ้าระวัง
– บอกเพื่อนที่ไว้ใจได้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และให้พวกเขาคอยช่วยเช็คสภาพจิตใจ, สังเกตอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกายหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิต
4.หาทางเลือกอื่นเพื่อความสุขทางเพศ
– ลองใช้สารกระตุ้นธรรมชาติ เช่น การออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมทำคู่กัน
– การสื่อสารกับคู่นอนเพื่อสร้างความตื่นตัวโดยไม่พึ่งยา เช่น เปลี่ยนบรรยากาศในการนอนด้วยการไปเที่ยวพักผ่อนตามธรรมชาติหรือ ตปท

“หากข้อ1-4 ที่ผมกล่าวมาข้างต้นเพื่อนๆขาดการ support และหมดหนทาง แต่อยากจะเลิกใช้มัน เพื่อนๆสามารถขอความช่วยเหลือ
– ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต คลินิกก้าวใหม่ ของศูนย์บริการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร หรือองค์กรเฉพาะทาง เช่น บางกอกเรนโบว์ ซึ่งคอยให้คำปรึกษา (โดยมิต้องกังวลการเปิดเผยข้อมูล)”
สุดท้ายนี้…ผมอยากให้พื้นที่ตรงนี้-เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเพื่อนๆ ให้เป็น Community ที่เกิดขึ้นได้จิงๆ สร้างเป็นพื้นที่ให้เพื่อนๆมา Hangout ทำกิจกรรมคร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดหรือไอเดีย “Sharing is caring” (การร่วมแบ่งปันความคิด = การห่วงใยกันและกัน) ที่เพื่อนๆสามรถนำไปต่อยอดหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตไปในทิศทางที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อย
การเป็น LGBTQ+ ไม่ใช่ความผิด แต่การเลือกเดินบนเส้นทางที่ทำร้ายตัวเองคือสิ่งที่เราควรตั้งคำถาม ผมออกมาเป็นผู้นำชุมชนเพราะอยากให้คุณรู้ว่า…..คุณมีค่าพอที่จะได้รับความสุขที่ยั่งยืน โดยไม่ต้องแลกด้วยสุขภาพหรือชีวิต สิ่งที่ผมพูดวันนี้หากได้เผยแพร่ไปยังเพื่อนๆ….. หากช่วยใครได้แม้เพียงแค่คนเดียว ผมก็ดีใจมากแล้วที่ผมสามารถช่วยชีวิตเพื่อนคนหนึ่งไว้(แม้เราไม่รู้จักกันก็ตาม) ผมถือว่าเวทีนี้เป็นเวทีแห่งความสำเร็จของผมแล้วครับ เรามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงชุมชนนี้ให้เป็นสีรุ้งที่สดใสและน่าอยู่เหมือนดั่งสีรุ้งจริงๆ ขอบคุณครับ.
ติดตามเรื่องราวของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 26 คนได้ที่ เพจ Mr. Gay Universe Thailand


