แม้ความรู้สึกแรกหลังได้ยินชื่อตัวเองในฐานะ รองอันดับสอง Mister Gay Thailand 2026 จะเป็นความเสียดาย เพราะยังอยากทำผลงานให้ดีกว่านี้ แต่เมื่อย้อนกลับไปมองทุกก้าวตั้งแต่วันออดิชั่นจนถึงรอบตัดสิน “ต่อ – ณัฐติพงษ์ บุญพ่วง” กลับพบว่า ไม่มีวันไหนเลยที่เขาไม่ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถ

เส้นทางการประกวดครั้งนี้ จึงไม่ได้มอบเพียงตำแหน่งหรือผลลัพธ์บนเวที แต่ยังทำให้เขาได้ค้นพบความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกับการรักษามิตรภาพ ได้เรียนรู้ว่าความอยากชนะสามารถอยู่ร่วมกับความปรารถนาดีที่มีต่อเพื่อนผู้เข้าประกวด และได้เห็นคุณค่าของการช่วยกันผลักดันทุกคนให้เดินไปถึงเส้นชัยในแบบของตัวเอง
หลังจากได้รับตำแหน่ง เขายังตั้งใจนำพื้นที่ที่มีไปต่อยอดงานศิลปะ เพื่อสร้างพื้นที่พบปะ เรียนรู้ และทำกิจกรรมร่วมกันของผู้คนในชุมชน LGBTQ+ ภายใต้การทำงานร่วมกับองค์กร Bangkok Rainbow

ตอนที่ได้ยินว่าตัวเองคว้าตำแหน่งรองอันดับสอง ความรู้สึกแรกในวินาทีนั้นคืออะไร?
“เสียดายครับ เพราะยังอยากทำให้ดีกว่านี้ ตั้งแต่วันออดิชั่นมาจนถึงไฟนอล ไม่มีวันไหนที่ผมไม่เต็มที่เลยครับ ผมภูมิใจในตัวเองมาก ถ้าย้อนกลับไป ผมคิดว่าตัวเองอาจทำให้ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ สุดแล้วจริง ๆ”

ตลอดเส้นทางการประกวด คิดว่าตัวเองได้ค้นพบข้อดีหรือความสามารถอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน?
“สิ่งที่ยากมากกว่า Performance และการตอบคำถาม คือเราจะรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้เข้าประกวดอย่างไร ในขณะที่เราก็ต้องแข่งขันกันไปด้วยครับ มันมีทั้งความอยากชนะ และความอยากจับมือคนอื่นให้เดินไปถึงเส้นชัยกับเราครับ ผมอยากช่วยเติมสิ่งที่ขาดหายไปของเขาในขอบเขตที่เราทำได้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ผู้ชนะจะมีเพียงคนเดียวก็ตาม”

มีช่วงเวลาไหนบนเวทีหรือระหว่างการเก็บตัวที่รู้สึกประทับใจและจะจดจำไปอีกนาน?
“พวกเรามีกลุ่มไลน์หลังบ้านที่ใช้คุยกันตลอดครับ ทั้งช่วยเหลือ ให้กำลังใจ และพูดคุยเล่นกัน ย้อนกลับไปถึงเรื่องความยากในการผลักดันกันและแข่งขันไปพร้อมกัน เมื่อผมเห็นทุกคนสามารถรักษาสมดุลของสิ่งนี้ภายในกลุ่มได้ ผมจึงรู้สึกประทับใจมากครับ สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการประกวด แต่สำหรับผม มันไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นสิ่งที่ผมจะจดจำไปอีกนานครับ”

หลังจากได้รับตำแหน่งนี้ อยากนำโอกาสและพื้นที่ที่ได้รับไปต่อยอดหรือทำประโยชน์ในเรื่องใด?
“ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องงานศิลปะมาตั้งแต่แคมเปญเมื่อสองปีก่อนครับ ตอนนั้น พี่อ๋อ นิกร ฉิมคง ผู้อำนวยการองค์กร Bangkok Rainbow เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ ผมจึงคิดว่าอยากทำให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้ชื่อขององค์กรครับ ด้วยความที่ช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการประกวดปีต่อไป จึงยังไม่มีโอกาสได้ทำครับ ปีนี้เมื่อได้รับตำแหน่งแล้ว ผมจึงอยากลองสร้างสรรค์อะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะงานศิลปะสามารถเป็นพื้นที่พบปะ และชักชวนคนในชุมชนให้มาทำกิจกรรมร่วมกันได้ครับ”
สำหรับเขา ศิลปะไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะผลงานที่จัดแสดง
แต่ยังสามารถสร้างบทสนทนา เปิดพื้นที่ปลอดภัย
และทำให้ผู้คนที่มีประสบการณ์แตกต่างกันได้มาพบเจอและเข้าใจกันมากขึ้น

อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังพยายามตามความฝัน แม้ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง?
“ทำเถอะครับ ไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ เราจะเติบโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น และได้สร้างหรือพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้กับตัวเองครับ ผมจะไม่พูดว่า ไม่ว่าจะนานแค่ไหน หากเรามุ่งมั่น เราจะคว้าความฝันนั้นมาได้ เพราะเป้าหมายในชีวิตของเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอครับ แม้เป้าหมายจะเปลี่ยนไปตามการพัฒนาของตัวเองและอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ทักษะที่เราเคยพัฒนาจะไม่หายไปครับ เราสามารถนำทักษะเหล่านั้นไปปรับใช้กับเป้าหมายใหม่ของเราได้ ไม่ใช่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ แต่ลงมือก่อนครับ”
เรื่องราวของ ต่อ – ณัฐติพงษ์ บุญพ่วง รองอันดับสอง Mister Gay Thailand 2026 สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันไม่ได้มีคุณค่าเพียงการค้นหาว่าใครคือผู้ชนะ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ค้นพบตัวเอง เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และสร้างความสัมพันธ์ท่ามกลางเป้าหมายที่แตกต่างกัน

แม้ความรู้สึกแรกหลังได้รับตำแหน่งจะมีความเสียดาย แต่เขาสามารถหันกลับไปมองทุกความพยายามด้วยความภาคภูมิใจ เพราะรู้ดีว่าตั้งแต่วันออดิชั่นจนถึงรอบสุดท้าย ไม่มีวันไหนที่ตัวเองไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่
บทเรียนสำคัญจากเวทีนี้คือการเรียนรู้ว่า ความอยากชนะไม่จำเป็นต้องทำให้เราหยุดสนับสนุนผู้อื่น เราสามารถแข่งขันอย่างเต็มความสามารถ พร้อมกับช่วยจับมือเพื่อนร่วมทางให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้
หลังจากนี้ เขาตั้งใจใช้พื้นที่จากตำแหน่งเพื่อต่อยอดงานศิลปะ ให้กลายเป็นพื้นที่พบปะ เรียนรู้ และสร้างกิจกรรมร่วมกันของชุมชน LGBTQ+ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กร Bangkok Rainbow เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าความฝันเดิมจะสำเร็จหรือเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ยังคงอยู่คือประสบการณ์ ทักษะ และตัวตนที่เติบโตขึ้นจากการกล้าลงมือทำ


