อ๊อฟ MrGT01 เติบโตมาในบ้านที่พี่น้องทั้งสามคนเป็น LGBTQ+ ภายใต้สายตาที่เข้มงวดของแม่ และความคาดหวังที่มาพร้อมกับการเป็นพี่ชายคนโต แต่แทนที่จะหนีจากแรงกดดันเหล่านั้น เขาเลือกพิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นคนดีในแบบของตัวเอง จนวันนี้ อ๊อฟ MrGT01 หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “อ๊อฟ รัชชานนท์” กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์และนักแสดงอิสระที่มีฐานแฟนคลับ LGBTQ+ จำนวนมาก พร้อมก้าวขึ้นเวที Mister Gay Thailand 2026 เพื่อใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่เขารัก

ผ่านบทเรียนทั้งความกดดันในครอบครัวและการถูกตัดสินจากสังคม อ๊อฟ MrGT01 เล่าต่อถึงสิ่งที่เขาตั้งใจผลักดันให้กับชุมชน LGBTQ+ อย่างจริงจัง
คุณเติบโตมาในครอบครัวที่พี่น้องทั้งสามคนเป็น LGBTQ+ อยากเล่าให้ฟังไหมว่าบรรยากาศในบ้านเป็นอย่างไร และสิ่งนี้หล่อหลอมตัวตนของคุณอย่างไรบ้าง
บรรยากาศในบ้านไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ตั้งแต่เด็กจนโต คุณแม่ค่อนข้างซีเรียสและอยากให้เราอยู่ในกรอบมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตหรือเรื่องเล็ก ๆ อย่างการแต่งตัว ถ้าเราแต่งตัวออกแนวสีสันคัลเลอร์ฟูล แม่ก็เริ่มไม่ถูกจริตแล้ว แต่เราเข้าใจครับว่าเราคือพี่ชายคนโต สิ่งที่หล่อหลอมผมมากกว่าคือบรรยากาศรอบบ้าน เราเห็นว่ารอบบ้านมีลูกผู้ชายกันเยอะ แต่ลูกผู้ชายเหล่านั้นเกเรกันทุกคน บางคนติดคุก บางคนขายยา นี่แหละครับคือสิ่งที่ทำให้ผมตั้งใจทำดีทุกอย่างให้แม่เห็นว่า ต่อให้เราเป็น LGBTQ เราก็เป็นลูกที่ดี เป็นคนที่ดี ไม่เหมือนคนข้างบ้านที่ทำให้แม่ของเขาหนักใจแทบทุกวัน ผมเป็นเด็กดี ทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อพ่อแม่มาโดยตลอด จนสุดท้ายแม่ก็เริ่มปล่อยวางครับ

ในฐานะพี่ชายคนโตที่เคยต้องแบกรับความคาดหวังเรื่องการมีครอบครัวและมีลูก คุณผ่านช่วงเวลาของแรงกดดันนั้นมาได้อย่างไร
ในมุมมองของแม่ ผมคิดว่าแม่ซีเรียสเพราะตอนนี้ผมอายุเยอะแล้ว 32 แล้ว แต่สำหรับตัวผมเองไม่คาดหวัง ไม่แบก และไม่กดดันอะไรเลยครับ แม่ผมก็รู้ด้วยว่าผมคิดแบบนี้ เพราะผมแสดงเจตนารมณ์ไปตั้งแต่เด็กแล้วว่ายังไงผมก็ขอเลือกในสิ่งที่ผมเป็น ผมมีความสุขกับสิ่งที่ผมเป็น ขอเพียงแค่ผมไม่ทำร้ายใคร และผมจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจในหลาย ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นถ้าถามว่ากดดันไหม ตอบตามตรงเลยว่าไม่ครับ
หลายคนรู้จัก “อ๊อฟ รัชชานนท์” จากคาแรกเตอร์ที่ตรง แรง และกล้าพูด แต่ตัวตนจริง ๆ ของอ๊อฟเป็นคนแบบไหน
ใครที่ติดตามผมเป็นเวลานานจะรู้เลยว่า คาแรกเตอร์บนโซเชียลกับตัวตนจริงต่างกันมาก อย่างการแสดงเรื่องเทคฮอร์โมน มันคือคาแรกเตอร์ที่สร้างขึ้นมาให้เป็นตัวละครที่ปากจัด แต่จริง ๆ แล้วผมเป็นคนเรียบร้อยมากครับ ค่อนข้างเป็นอินโทรเวิร์ตด้วยซ้ำ ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ไม่สุงสิงหรือจับกลุ่มพูดคุยกับใครมากนัก แต่ไม่ใช่ว่าหยิ่งจองหองนะครับ ตัวตนจริงของผมเป็นแบบนี้มากกว่า ชอบอยู่กับตัวเอง เวลามีใครมอบหมายงานให้ทำ ผมก็ทำเต็มที่ แต่เวลาฟรีไทม์ของตัวเอง ผมก็จะอยู่กับตัวเองเยอะ ๆ ครับ ถ้าเป็นแฟนคลับจะรู้ว่าผมเป็นคนที่ไม่มีพิษมีภัยกับใคร ส่วนใหญ่คอนเทนต์ชอบวิ่งเข้ามาหาเอง

เคยมีช่วงเวลาที่คุณรู้สึกเสียใจหรือเจ็บปวดจากการถูกตัดสินผ่านภาพลักษณ์บนโซเชียลมีเดียบ้างไหม และคุณก้าวผ่านมันมาอย่างไร
เคยครับ เมื่อไม่นานมานี้ในรายการเดอะเช็คฮอร์โมน ผมตกรอบ แน่นอนว่าคนมักจะมีทั้งคนรักและคนเกลียด จากคาแรกเตอร์ที่ผมด่ากับป้าตือ หลังจากตกรอบ คนส่วนใหญ่รุมประณามว่าสมควรแล้วที่ตกรอบ เพราะเป็นเด็กไร้มารยาทไม่มีกาลเทศะ บางคนไม่แยกแยะว่ามันคือการแสดง เป็นคาแรกเตอร์ที่ถูกวางไว้ ผมโดนคุกคามด้วยการทักไปด่าคุณพ่อคุณแม่ว่าสั่งสอนลูกไม่ดี จนผมทำอะไรไม่ได้เลย ขณะนั่งไลฟ์สดกับแฟนคลับก็โดนรุมด่า มันทำให้ผมรู้สึกว่าสังคมเรายังแยกแยะไม่ออกระหว่างโลกโซเชียลมีเดีย โลกการแสดง กับตัวตนจริง ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งของการเป็นนักแสดง ผมถือว่าประสบความสำเร็จมาก เพราะทำให้คนไทยอินกับบทบาทที่ได้รับ และหลังจากนั้นผมก็ผ่านมันมาได้ครับ ต้องขอบคุณคาแรกเตอร์นี้มาก ๆ ที่สร้างผมขึ้นมาจนเป็นอ๊อฟ รัชชานนท์ทุกวันนี้

อะไรคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่คุณได้รับจากการเป็นคนสาธารณะและถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดหลายปี
บทเรียนสำคัญที่สุดคือ หากเราคิดจะให้สังคมเห็นว่าเราเป็นคาแรกเตอร์ไหน เราต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็นและยอมรับในสิ่งที่จะตามมา หลายครั้งที่ผมร้องไห้ เสียใจ บางครั้งป่วยเลยด้วยซ้ำจากการถูกคุกคามและถูกด่าทอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในฐานะที่เราเป็นโฮสต์หรือนักแสดง เราถ่ายทอด First Impression แบบไหนให้สังคมเห็น เขาก็จะตัดสินเราแบบนั้น เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมไม่สนใจแล้ว ผมถือว่าผมสร้างผลงาน สร้างคาแรกเตอร์ให้ตัวเองโดดเด่น หลังจากนั้นสิ่งดี ๆ ก็จะตามมา อย่างงาน เงิน เพื่อต่อยอดให้เราเดินหน้าต่อไปเพื่อตัวเองและสังคม
คุณพูดถึงการเป็นกระบอกเสียงให้กับ LGBTQ+ โดยเฉพาะเรื่องการเปิดตัวและสุขภาพทางเพศ ทำไมประเด็นเหล่านี้ถึงสำคัญสำหรับคุณ
ในฐานะที่ผมมีโซเชียลอยู่ในมือและมีฐานแฟนคลับที่ส่วนใหญ่เป็น LGBTQ ทั้งนั้น มันตรงจุดมากครับที่ผมอยากทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมของพี่น้อง LGBTQ ด้วยการเป็นกระบอกเสียงเรื่องสุขภาพ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าสมัยนี้ถ้าติดเชื้ออะไรก็แล้วแต่จะต้องเสียชีวิต จริง ๆ แล้วผิดมากครับ เพราะทุกวันนี้นวัตกรรมทางการแพทย์และยาไปไกลมาก ขอแค่คุณตรวจ ถ้าตรวจแล้วเจอ คุณกินยารักษาต่อเนื่อง คุณก็จะเป็นคนปกติ นี่คือสิ่งที่ผมอยากส่งต่อความรู้ให้น้อง ๆ LGBTQ ให้เขาได้รักตัวเองให้มาก ๆ ให้เขาเข้าถึงความรู้ให้ได้เยอะที่สุด ส่วนเรื่องการเปิดตัว ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้กลุ่มที่เปิดตัวของเกย์หรือ LGBTQ ของเรามีเยอะมาก จนทำให้สังคมมองว่าน่ากลัว ผมไม่ได้เข้ามาเพื่อลบล้างการเปิดตัวของกลุ่มเกย์ แต่อย่างที่บอกครับ ผมเข้ามาเพื่อช่วยยกระดับให้การเปิดตัวของกลุ่มเกย์ดูดีขึ้น ไม่ต้องมีใครมาด่าทอ ไม่ต้องมีใครมาตำหนิ และพวกเราไม่ไปทำร้ายใคร ไม่ไปรุกล้ำเส้นของคนอื่น นี่คือสิ่งที่ผมอยากสานต่อและอยากเป็นกระบอกเสียงให้กับน้อง ๆ ครับ

ในมุมมองของคุณ ปัญหาที่คน LGBTQ+ ไทยยังต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน และควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือเรื่องอะไร
ผมจะตอบแบบภาพรวมของสังคมเลยนะครับ ปัญหาที่กลุ่ม LGBTQ เจอคือเรื่องยาเสพติดกับเรื่องเซ็กซ์ คนมักจะมองว่ากลุ่ม LGBTQ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หลังจากนั้นเรื่องเซ็กซ์ก็ตามมา ซึ่งถ้าพูดถึงความถูกต้อง มันคือเรื่องผิดกฎหมายอย่างจริงจัง สังคมข้างนอกมองมาที่ LGBTQ สองเรื่องนี้เป็นหลัก แต่ก็ต้องบอกก่อนว่ามีทั้งคนดีและคนไม่ดีในทุกกลุ่ม เรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาหนักมาก ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลและตระหนักถึงภัยจากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด และร่วมด้วยช่วยกันลดละเลิก สังคมจะได้มองว่ากลุ่ม LGBTQ ของเรามีแต่สิ่งดี ๆ และเป็นกลุ่มที่เก่ง สร้างสรรค์ ทำผลงานออกมาได้ ช่วยกันนะครับ
หากคุณได้รับตำแหน่ง Mr. Gay Thailand 2026 คุณจะใช้อิทธิพลจากโซเชียลมีเดียที่มีอยู่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมอย่างไร
แน่นอนครับ หากผมได้เป็น Mister Gay Thailand ผมเชื่อมั่นว่าผมสามารถใช้อิทธิพลจากโซเชียลที่มี จากยอดผู้ติดตามและแฟนคลับในหลายแพลตฟอร์ม เป็นกระบอกเสียงให้กับ LGBTQ ได้อย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย เพราะทุกวันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์คือโซเชียลมีเดีย ผมจะอุทิศทั้งแรงกายแรงใจลงบนแพลตฟอร์มโซเชียล และใช้การกระทำของตัวเองเป็นแบบอย่าง เป็นกระบอกเสียง เป็นไอดอลของกลุ่ม LGBTQ ต่อไป

หากวันนี้มีเด็ก LGBTQ+ คนหนึ่งกำลังดูคุณอยู่ และยังไม่กล้ายอมรับตัวเอง คุณอยากบอกอะไรกับเขาในฐานะคนที่เคยผ่านแรงกดดันเหล่านั้นมาก่อน
ถ้าเขายังไม่กล้ายอมรับตัวเอง สำหรับผมแล้วผมจะไม่บอกอะไรเขาครับ แต่ผมจะทำให้เขาเห็นว่าตัวตนจริง ๆ ของอ๊อฟ รัชชานนท์ที่ยอมรับตัวตนของตัวเองมีความสุขขนาดไหน จะทำให้เขามองมาที่เราและเห็นว่าเรามีความสุขมาก ๆ กับสิ่งที่เราเป็น เขาจะได้ตระหนักว่าสิ่งที่อยู่ในใจที่อึดอัด ที่อยากเปิดตัวแต่ไม่กล้า มันทำให้เขาไม่มีความสุข ผมอยากเป็นโรลโมเดล อยากเป็นแบบอย่างให้เขามองมาว่า การยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอย่างที่ผมเป็นทุกวันนี้ ทุกวินาทีมีความสุขมาก ๆ กับการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องเครียด ไม่ต้องแอบ อยากฝากถึงน้อง ๆ ทุกคนนะครับ ศรัทธาตัวเอง รักตัวเอง เชื่อมั่นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นก่อนเป็นอันดับแรก ความสุขและสิ่งดี ๆ จะตามมาถ้าเราให้เกียรติตัวเอง
จากเด็กที่เติบโตมาท่ามกลางความคาดหวังของแม่ สู่อินฟลูเอนเซอร์ที่ผ่านทั้งเสียงชื่นชมและเสียงด่าทอบนโลกโซเชียล อ๊อฟ MrGT01 เรียนรู้ว่าการยอมรับตัวเองคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เขาไม่ได้ขึ้นเวที Mister Gay Thailand 2026 เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ใครเห็น แต่เพื่อเป็นแบบอย่างให้เด็ก LGBTQ+ คนหนึ่งที่กำลังเฝ้ามองอยู่ ได้เห็นว่าความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ เมื่อเรากล้าเป็นตัวเองอย่างเต็มที่
เรื่องราวของอ๊อฟ MrGT01 ไม่ใช่แค่เรื่องของอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่คือเรื่องของคนที่ผ่านทั้งความกดดันในบ้าน ความเข้าใจผิดจากสังคม และบทเรียนราคาแพงบนโลกโซเชียล แล้วยังคงเลือกที่จะลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่เขารัก ไม่ว่าผลการประกวด Mister Gay Thailand 2026 จะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่อ๊อฟ MrGT01 พิสูจน์ให้เห็นแล้วคือ การให้เกียรติตัวเองและกล้าเป็นตัวเอง คือจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริง


