แซค MrGT04 ใช้เวลา 9 ปีในการทำงานร่วมกับคนกลุ่มที่สังคมมักมองข้าม — ผู้หญิงข้ามเพศ ผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV และชุมชน LGBTQ+ ในฐานะรองหัวหน้ากิจกรรมของมูลนิธิซิสเตอร์ องค์กรที่ขับเคลื่อนงานเพื่อความหลากหลายทางเพศโดยตรง เขาไม่ได้เรียนรู้ความเท่าเทียมจากตำรา แต่เรียนรู้จากคนจริง ๆ ที่สูญเสียโอกาส สูญเสียความมั่นใจ เพียงเพราะสังคมยังไม่เข้าใจพวกเขามากพอ บนเวที Mister Gay Thailand 2026 แซค MrGT04 ไม่ได้มาเพื่อหามงกุฎ แต่มาเพื่อขยายเสียงที่เขาพูดมาตลอด 9 ปีให้ดังขึ้นอีกขั้น

แนะนำตัวเองให้แฟน ๆ Mr. Gay Thailand ได้รู้จักหน่อยครับ ว่า “แซค” เป็นคนแบบไหน
สวัสดีครับ ผม แซค อภิวัฒน์ ศรีวงษ์ เป็นคนที่เชื่อในคุณค่าของความหลากหลาย และเชื่อว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิใจในตัวตนของตัวเอง ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานร่วมกับชุมชน LGBTQ+ ผู้หญิงข้ามเพศ และผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจากความเข้าใจ การรับฟัง และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ผมเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น เปิดใจเรียนรู้ และตั้งใจใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน เพราะผมเชื่อว่าเมื่อเรามองเห็นคุณค่าในความแตกต่าง เราจะสามารถสร้างสังคมที่ทุกคนเติบโตไปด้วยกันได้อย่างเท่าเทียม

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณเลือกทำงานกับกลุ่มผู้หญิงข้ามเพศและชุมชน LGBTQ+ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
แรงบันดาลใจของผมเกิดจากการได้เห็นความไม่เท่าเทียมที่หลายคนต้องเผชิญในชีวิตจริง โดยเฉพาะผู้หญิงข้ามเพศที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การจ้างงาน หรือแม้แต่การได้รับการยอมรับจากสังคม ผมจึงอยากเป็นอีกหนึ่งคนที่ช่วยสนับสนุนให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี เพราะผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากการลงมือทำเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องครับ
จากประสบการณ์ที่ได้ดูแลผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV มีเรื่องราวไหนที่ยังอยู่ในความทรงจำและเปลี่ยนมุมมองชีวิตของคุณไปตลอดกาล
มีหลายเรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำของผม แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มากที่สุดคือ HIV ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการตีตราจากสังคม ผมเคยเจอคนที่สูญเสียความมั่นใจ สูญเสียโอกาสในการใช้ชีวิต เพียงเพราะคนรอบข้างยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง มันทำให้ผมตระหนักว่าความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องคือยารักษาสังคมที่สำคัญที่สุด และทำให้ผมยิ่งตั้งใจที่จะขับเคลื่อนให้กับผู้ที่ยังถูกมองข้ามและเปราะบางมากในสังคมนี้ครับ

คุณเคยเผชิญกับการถูกดูถูกหรือถูกตีตราเพราะความแตกต่างของตัวเอง คุณผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร
แน่นอนครับ ทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมเลือกที่จะไม่ใช้คำพูดของคนอื่นมาตัดสินคุณค่าของตัวเอง แต่ใช้มันเป็นพลังในการพัฒนาตัวเองแทน ผมเรียนรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับ แต่เราต้องยอมรับตัวเองให้ได้ก่อน เพราะเมื่อเรารักตัวเอง เราจะมีพลังมากพอที่จะส่งต่อความรักให้กับผู้อื่น
หากวันนี้มีเยาวชน LGBTQ+ ที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยว หรือไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง คุณอยากบอกอะไรกับพวกเขา
ผมอยากบอกว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว อย่ารีบเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครยอมรับ เพราะการเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่ความผิด คุณมีคุณค่าในแบบที่คุณเป็น และวันหนึ่งคุณจะได้พบกับพื้นที่ที่ปลอดภัย คนที่เข้าใจ และสังคมที่พร้อมโอบกอดตัวตนของคุณ จงภูมิใจในตัวเอง เพราะความแตกต่างไม่ใช่จุดอ่อน แต่มันคือพลังที่ทำให้โลกใบนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับน้อง ๆ

คุณเคยบอกว่า “โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่สองเพศ” ความเชื่อนี้เกิดขึ้นจากอะไร และส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณอย่างไร
ความเชื่อนี้เกิดจากวัยเด็กและการได้ทำงานกับผู้คนที่หลากหลาย ทำให้ผมเข้าใจว่ามนุษย์มีตัวตนที่แตกต่างกันมากกว่าที่สังคมเคยกำหนดไว้ โลกใบนี้มีความหลากหลายทั้งเพศสภาพ อัตลักษณ์ทางเพศ และวิถีชีวิต การยอมรับความแตกต่างจึงไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของมนุษยชาติ ความเชื่อนี้ทำให้ผมใช้ชีวิตด้วยความเคารพ ไม่ตัดสินใคร และเปิดใจเรียนรู้จากผู้คนอยู่เสมอ
ในมุมมองของคุณ ปัญหาด้านสุขภาพที่กลุ่ม LGBTQ+ ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมมากพอ คือเรื่องอะไร
ในมุมมองของผม ปัญหาสำคัญคือการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ยังไม่ครอบคลุมความหลากหลายทางเพศ ทั้งเรื่องสุขภาพจิต การป้องกัน HIV และการใช้ฮอร์โมนอย่างปลอดภัยของผู้หญิงข้ามเพศ เพราะสุขภาพที่ดีไม่ควรเป็นสิทธิของคนบางกลุ่ม แต่ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนที่จะได้รับอย่างเท่าเทียมกันครับ

หากคุณได้รับตำแหน่ง Mr. Gay Thailand 2026 คุณอยากใช้เวทีนี้ผลักดันประเด็นอะไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
ผมอยากใช้เวทีนี้ผลักดัน 3 เรื่องสำคัญครับ เรื่องแรกคือการส่งเสริมสุขภาวะของชุมชน LGBTQ+ โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลด้านฮอร์โมน การป้องกัน HIV และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เรื่องที่สองคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน LGBTQ+ ได้เติบโตอย่างมั่นใจ และเรื่องสุดท้ายคือการลดการตีตราและสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศในทุกมิติของสังคม เพราะผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงบนเวที แต่ต้องเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผู้คน

สุดท้ายนี้ หากมีเวลาเพียง 30 วินาทีในการส่งสารถึงสังคมไทย คุณอยากให้ทุกคนจดจำอะไรจาก “แซค” และสิ่งที่คุณยืนหยัดมาตลอด
ผมอยากให้ทุกคนจดจำว่า “แซค” คือคนที่ยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียม และเชื่อมั่นว่าความหลากหลายคือความงดงามของมนุษย์ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เริ่มต้นจากคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เริ่มต้นจากคนที่กล้าลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ยังไม่ถูกมองเห็น หากวันหนึ่งมีคนจดจำผมได้ ผมไม่ได้อยากให้จดจำจากตำแหน่งหรือมงกุฎ แต่อยากให้จดจำว่าผมเคยเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้สังคมไทยเข้าใจ ยอมรับ และโอบกอดความหลากหลายมากขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ที่สมควรได้รับความรัก ศักดิ์ศรี และโอกาสที่เท่าเทียมกันครับ
9 ปีของการทำงานเบื้องหลังไม่ใช่เรื่องที่จะถูกพูดถึงในเวลาเพียง 30 วินาที แต่สำหรับแซค MrGT04 สิ่งที่เขาอยากให้สังคมจดจำไม่ใช่มงกุฎหรือตำแหน่งใด ๆ บนเวที Mister Gay Thailand 2026 แต่คือบทบาทของคนคนหนึ่งที่เลือกยืนข้างผู้ที่สังคมมักมองข้าม
จากมูลนิธิซิสเตอร์สู่เวทีระดับประเทศ เส้นทางของแซค MrGT04 พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ได้เริ่มจากความสมบูรณ์แบบ แต่เริ่มจากความกล้าที่จะลงมือทำเพื่อคนที่ยังไม่มีเสียงของตัวเอง ไม่ว่าผลการประกวดจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่แซค MrGT04 ทำมาตลอด 9 ปีได้พิสูจน์ไปแล้วว่า ความเท่าเทียมไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่คือการลงมือทำซ้ำ ๆ ทุกวัน เพื่อให้คนที่เปราะบางที่สุดในสังคมได้มีพื้นที่ยืนอย่างมีศักดิ์ศรี


