จากความฝันที่เคยมองว่าเป็นไปได้ยาก สู่ช่วงเวลาที่ชื่อของเขาถูกประกาศบนเวทีในฐานะ รองอันดับสี่ Mister Gay Thailand 2026 “ใบเฟิร์น” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความตั้งใจ ความพยายาม และการกล้าก้าวออกจากความกลัว สามารถพาเราไปถึงจุดหมายที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปถึงได้

ตลอดระยะเวลาการประกวดกว่า 2 เดือน ใบเฟิร์นไม่ได้เพียงพัฒนาตัวเองในฐานะผู้เข้าประกวดเท่านั้น แต่ยังได้พบมิตรภาพ เรียนรู้การยอมรับตัวตน และปลดล็อกเรื่องราวที่อยู่ภายในใจมานานถึง 36 ปี
แม้การแข่งขันจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่บทบาทของ ใบเฟิร์น รองอันดับสี่ Mister Gay Thailand 2026 กำลังเริ่มต้นขึ้น เขาตั้งใจใช้พื้นที่และเสียงที่ได้รับจากเวทีแห่งนี้ เพื่อรณรงค์เรื่องการเข้าถึงวัคซีน การตรวจสุขภาพ และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในชุมชน LGBTQ+
วันนี้เราชวนใบเฟิร์นมาพูดคุยถึงความรู้สึกในวันประกาศผล ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม รวมถึงเป้าหมายที่เขาอยากทำให้เกิดขึ้นหลังจากนี้

ตอนที่ทราบว่าตัวเองได้รับตำแหน่งรองอันดับสี่ ความรู้สึกในตอนนั้นเป็นอย่างไร และอยากบอกอะไรกับตัวเอง?
“สำหรับผม นั่นเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีใจที่สุดในชีวิตครับ
เพราะตำแหน่งนี้คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่มาก และเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะได้รับ”
ใบเฟิร์นเล่าว่า ก่อนจะมายืนอยู่บนเวทีในวันตัดสิน เขาต้องผ่านทั้งการฝึกซ้อม การเรียนรู้ และความกดดันตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน แต่ทุกความเหนื่อยทำให้เขามองเห็นว่า ความฝันที่ดูเหมือนเป็นไปได้ยาก สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เมื่อเรามีความตั้งใจและไม่หยุดพยายาม

“ผมอยากบอกตัวเองว่า เก่งมากเลยนะที่ทำได้
และอยากขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้
จนสามารถทำให้ความฝันกลายเป็นความจริงได้”
ช่วงเวลาที่พิธีกรประกาศชื่อของเขาในฐานะ 4th Runner-Up Mister Gay Thailand 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงการได้รับตำแหน่ง แต่เป็นเหมือนคำตอบของทุกความพยายามที่เขาทุ่มเทมาตลอดเส้นทางการแข่งขัน
“การได้ยินชื่อของตัวเองถูกขานบนเวที เป็นสิ่งที่ผมจะไม่มีวันลืมครับ”

แม้การแข่งขันจะจบลงแล้ว แต่คิดว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้รับจากเวที Mister Gay Thailand คืออะไร?
สำหรับใบเฟิร์น สิ่งที่มีค่าที่สุดจากเวทีแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงตำแหน่งหรือรางวัล แต่มีอยู่สองสิ่งสำคัญที่เขาเชื่อว่าจะติดตัวไปตลอดชีวิต
สิ่งแรกคือ “เพื่อน” “พวกเรากอดคอกันผ่านอุปสรรค ให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือกันทุกอย่าง และมีช่วงเวลาสนุกด้วยกันมากครับ”
แม้ในเวทีการประกวดทุกคนจะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าประกวดไม่ได้มีเพียงการแข่งขัน ใบเฟิร์นกลับมองว่า เพื่อนคือหนึ่งในแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้เขาสามารถผ่านวันที่เหนื่อยและกดดันมาได้

สิ่งที่สองคือเรื่องราวที่เขาเลือกถ่ายทอดในรอบ Best Inspiration
รอบดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะเปิดโอกาสให้ใบเฟิร์นได้เผชิญหน้า ยอมรับ และปลดล็อกเรื่องราวบางอย่างที่อยู่กับเขามาตลอด 36 ปี
“เรื่องราวที่ผมเล่าในรอบ Best Inspiration ช่วยปลดล็อกตัวผมมาตลอด 36 ปี
และทำให้ผมมีกำลังใจในการประกวดจนถึงวินาทีสุดท้ายครับ”
“ถึงแม้ผมจะเหนื่อยแค่ไหน
ผมก็ยังมีแรงที่จะสู้ต่ออย่างมีความสุขและมีความหวังครับ”
ระหว่างการเก็บตัวหรือการประกวด มีโมเมนต์ไหนที่ทำให้ประทับใจและจะไม่มีวันลืม?
ใบเฟิร์นตอบว่า มีอยู่สองเหตุการณ์ที่ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ
เหตุการณ์แรกคือการได้ยินเสียงของรุ่นพี่และเพื่อน ๆ ตะโกนเรียกชื่อของเขาจากด้านล่างเวที

“ตามปกติแล้ว ผมแทบไม่เคยมีใครมาดูเวลาประกวดครับ
แต่ในปี 2026 พี่ ๆ และเพื่อน ๆ จากปี 2025 มาให้กำลังใจ
และตะโกนเรียกชื่อผมในขณะที่ผมยืนอยู่บนเวที”
“ผมดีใจมากจริง ๆ ครับ การได้รู้ว่ามีคนตั้งใจมาเชียร์
และส่งกำลังใจให้เรา เป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยากมาก”
อีกหนึ่งโมเมนต์คือช่วงเวลาประกาศผลการผ่านเข้าสู่รอบ Top 10 และ Top 5 ซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกดดัน
“ตอนนั้นลุ้นมากว่าจะมีชื่อของเราหรือเปล่า และคิดว่าทุกคนน่าจะดูออกเลยครับว่าผมดีใจมาก เพราะผมร้องไห้อยู่คนเดียวบนเวที”
น้ำตาในวันนั้นไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่เป็นน้ำตาจากความภาคภูมิใจ ความโล่งใจ และการได้เห็นความพยายามของตัวเองก้าวไปไกลกว่าที่เคยคาดหวัง

หลังจากนี้ตั้งเป้าหมายอะไรให้กับตัวเอง ทั้งในชีวิต การทำงาน และการเป็นตัวแทนของชุมชน LGBTQ+?
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการรณรงค์ให้คนในชุมชนมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนที่จำเป็นและเหมาะสม ตลอดจนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากบุคลากรทางการแพทย์
“ผมอยากรณรงค์ให้ LGBTQ+ มีโอกาสเข้าถึงวัคซีนต่าง ๆ และเสริมความรู้ว่าวัคซีนสามารถส่งผลดีต่อตัวเราและคนรอบข้างได้อย่างไร เพราะการป้องกันจากภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การป้องกันจากภายในก็สำคัญครับ”
“ผมอยากสร้างความรู้และความเข้าใจว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถตรวจและรักษาได้ เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกอาย และอยากสนับสนุนให้ทุกคนตรวจเลือดเพื่อความปลอดภัยครับ”
“ถ้าตรวจแล้วไม่พบเชื้อ เราก็สามารถดูแลตัวเองให้ปลอดภัยต่อไป แต่หากตรวจพบ เราก็จะได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อสุขภาพของตัวเอง คนรัก และครอบครัวครับ”

สุดท้ายนี้ อยากฝากข้อความถึงทุกคนที่คอยสนับสนุน รวมถึงคนที่กำลังอยากก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย เพื่อทำตามความฝันของตัวเองอย่างไรบ้าง?
“ผมอยากขอบคุณทุก ๆ คะแนนโหวต ขอบคุณเพื่อน ๆ รุ่นปี 2025 และขอบคุณรุ่นพี่ปี 2024 ที่คอยให้กำลังใจผมมาตลอดครับ”
“ขอบคุณครอบครัวที่ทำให้ผมมีความอดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ ขอบคุณคณะกรรมการ และองค์กร Bangkok Rainbow ที่มอบโอกาสให้เด็กคนนี้ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม LGBTQ+”
มากกว่าความภาคภูมิใจจากการได้รับตำแหน่ง คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่มีเป้าหมายในการสร้างความเข้าใจและความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม
“ผมดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Bangkok Rainbow ครับ”
สำหรับคนที่ยังไม่กล้าก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย ใบเฟิร์นอยากส่งต่อคำพูดที่มาจากประสบการณ์ของตัวเอง
“จงทำตามความฝันเมื่อหัวใจพร้อม ทำตามความฝันเมื่อโอกาสมาถึง และมีความสุขกับทุกก้าวที่เดิน พร้อมภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำครับ”
เขายอมรับว่า การเดินตามความฝันไม่ได้หมายความว่าเราจะประสบความสำเร็จในทุกครั้ง บางวันเราอาจผิดหวัง ล้มเหลว หรือรู้สึกว่าสิ่งที่ทำยังไม่ดีพอ แต่ทุกความผิดพลาดสามารถกลายเป็นบทเรียนได้
“ถ้าล้มเหลว ก็พยายามและปรับให้ดีขึ้น จากนั้นยิ้มและสู้ต่อไป วันนี้เราอาจล้มเหลวก็ไม่เป็นไร เพราะต้องมีสักวันที่เราชนะครับ”
สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การได้รับตำแหน่งหรือการยืนอยู่บนจุดสูงสุด แต่คือช่วงเวลาที่เราตัดสินใจเดินออกมาจากความกลัว และเลือกทำสิ่งที่หัวใจต้องการอย่างแท้จริง
“เพียงแค่คุณกล้าก้าวออกมาจากความกลัว คุณก็ชนะตัวเองแล้ว คุณคือผู้กล้าที่เลือกเป็นตัวเองอย่างมีความสุข และหัวใจของคุณแข็งแกร่งมากครับ”
เรื่องราวของ ใบเฟิร์น รองอันดับสี่ Mister Gay Thailand 2026 ไม่ได้จบลงในวันที่การแข่งขันสิ้นสุด แต่กำลังเปลี่ยนจากการเดินตามความฝันส่วนตัว ไปสู่การใช้เสียงของตัวเองเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น
จากผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับรางวัลใหญ่ในชีวิต เขากลายเป็นคนที่สามารถยืนบนเวที ยอมรับเรื่องราวของตัวเอง และประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ความฝันที่ดูยากสามารถเกิดขึ้นได้จริง
ตำแหน่งรองอันดับสี่อาจเป็นรางวัลจากการแข่งขัน แต่ความกล้าที่จะก้าวข้ามความกลัว มิตรภาพที่ได้รับ และเป้าหมายในการสนับสนุนสุขภาพของชุมชน LGBTQ+ คือรางวัลที่มีความหมายยิ่งกว่า
เส้นทางหลังจากนี้ของใบเฟิร์นอาจยังมีความท้าทายรออยู่ แต่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งและความตั้งใจที่จะส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่น เชื่อได้ว่าทุกก้าวของเขาจะยังคงสร้างความหวัง ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอีกมากมาย


