ความแตกต่างของโบท็อกซ์ แต่ละแบรนด์นั้น เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ว่ารูปหน้าแบบเรา ปัญหาของเรานั้นเหมาะกับโบท็อกซ์แบบไหน บทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับโบท็อกซ์ของแบรนด์ต่างๆ รวมไปถึงความโดดเด่นของแต่ละแบรนด์กันค่ะ

 

ความแตกต่างของโบท็อกซ์
ภาพจาก stellarskinbody.com

 

ความแตกต่างของโบท็อกซ์ แต่ละแบรนด์

 

ความแตกต่างของโบท็อกซ์
ภาพจาก fortune.com

แบรนด์ Allergan จากอเมริกา

แบรนด์นี้เรียกว่าเป็นแบรนด์แรกเลยก็ว่าได้ ที่มีการคิดค้นโบท็อกซ์ขึ้นมาใช้กับมนุษย์ มีราคาที่ค่อนข้างแรง แต่คุณภาพก็แรงสมราคา อีกทั้งยังได้รับการอนุมัติจาก FDA ด้วย 
(โบท็อกซ์ของแบรนด์นี้ มีการใช้รักษาโรคตาเข และหนังตากระตุกตั้งแต่ปี 1989 เลยทีเดียว) นิยมใช้กับกลุ่มกล้ามเนื้อเล็กๆ บนใบหน้า เช่น ร่องขมวดคิ้ว เพราะมีการกระจายตัวของยาที่น้อยกว่า

 

 

ความแตกต่างของโบท็อกซ์
ภาพจาก modafinshop.com

แบรนด์ Dysport จากอังกฤษ

อีกหนึ่งแบรนด์จากประเทศอังกฤษ ที่ผ่านการรับรองจากผ่านองค์การอาหารและยาอเมริกาส่วนใหญ่แล้ว  แพทย์จะนำโบท็อกซ์แบรนด์นี้ไปใช้กับกล้ามเนื้อมัดใหญ่
เช่น บริเวณน่อง เพราะมีการกระจายตัวยาที่มากกว่า 

 

แบรนด์ Nabota จากเกาหลี

เป็นแบรนด์ที่เคลมมาว่า ความบริสูทธิ์ของท็อกซินนั้นสูงถึง  98.7% เลยทีเดียว และยังใช้นวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัยที่สุด มักใช้ในการปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอยต่างๆ และเห็นผลไวมากกว่าแบรนด์อื่นๆ (เห็นผลชัดเจนขึ้นภายใน 2-3 วัน และที่สำคัญ นาโบตะก็ได้จดทะเบียนเพื่อรับรองความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

ความแตกต่างของโบท็อกซ์
ภาพจาก fillersolutions.com

แบรนด์ BOTULAX จากเกาหลี

ผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกซ์ของแบรนด์นี้ จะคล้ายๆ กับนิวโรน็อกซ์ นิยมใช้ฉีดบริเวณหางตา หัวคิ้ว หน้าผาก ลดปีกจมูก ลดกราม ลดโหนก ยกกระชับหน้าและ ลดน่อง สามารถเห็นผลได้ชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ มีความปลอดภัย และได้รับการรับรองจาก อ.ย. ไทยแล้ว

 

ความแตกต่างของโบท็อกซ์
ภาพจาก medicagroup.com

แบรนด์ NEURONOX จากเกาหลี

เป็นแบรนด์ที่ค่อยข้างได้รับความนิยมมากๆ ในบ้านเรา เนื่องจากแบคทีเรียที่นำมาใช้ผลิตตัวยา เป็นตัวเดียวกับที่แบรนด์ USA ใช้ จึงมีคุณภาพและมั่นใจได้ในความปลอดภัย และราคาไม่แรงเท่า ฉีดแล้วได้ใบหน้าที่ค่อนข้างดูเป็นธรรมชาติ (ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคุณหมอด้วยนะ)

 

Hugel Toxin จากเกาหลี 


เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย (Thailand FDA) ใช้ในการรักษาริ้วรอย อยู่ได้นาน 8 เดือน – 1 ปี

 

AESTOX จากเกาหลี


Botulinum Toxin น้องใหม่ ที่ทางแบรนด์เคลมว่า ให้เห็นผลลัพธ์ที่เห็นผลไวกว่าหลายๆ ตัว มีความบริสุทธิ์ที่มากกว่าถึง 99.5% ที่สำคัญคือออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น และยังให้ความสวยอย่างเป็นธรรมชาติด้วย

 

Xeomin จากเยอรมนี

เป็นโบท็อกซ์จากประเทศเยอรมนี มีจุดเด่นคือ มีการนำโปรตีนขนาดใหญ่ตัวอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออก ทำให้เหลือเฉพาะโบทูลินัมท็อกซินเอบริสุทธิ์ โมเลกุลเล็ก ฉีดแล้วไม่กระจุกตัวแคบเกินไป และมีงานวิจัยแสดงว่า ได้ผลดีสำหรับคนที่ดื้อยา (แต่จะต้องหยุดการฉีดโบท็อกซ์มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี) อีกทั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

การฉีดโบท็อกซ์นั้น เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะรูปหน้าคงที่แล้ว และต้องการปรับรูปหน้าเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแก้โหงวเฮ้ง หรือเพื่อเสริมบุคลิกภาพ ผลลัพธ์ของแต่ละยี่ห้อ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและความเชียวชาญของแพทย์ และอย่าลืมว่า ควรฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ  🙂 

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

สนใจหาข้อมูลและปรึกษาศัลยกรรมได้ที่นี่

โดดเด่น
ศัลยกรรม
webdodeden

 

เรื่องน่าสนใจ